[Ficlet] Untitle [Doojun x Junhyung]
posted on 29 Jan 2012 22:32 by orny in OneShotTitle : untitle
Status: one shot
Fandom: Beast
Pairing: Doojun x Junhyung
Author: Orny
Rating: PG-13
Genre: Alternate Universe, Comedy
Author’s Note: ของเก่า เล่าใหม่
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
“เคยคิดถึงอนาคตไหม อย่างเช่น เรื่องครอบครัว หรือไม่ก็ เอิ่มม ลูกน่ะ””
บนท้องถนนคราคร่ำไปด้วยยวดยานพาหนะเกินจะประมาณจำนวนไหว การจราจรติดขัดแน่นิ่งมาเป็นเวลาราวๆสิบนาทีแล้วเห็นจะได้ คำถามลอยๆจากจุนกอนเรียกแววตาฉงนสงสัยสะท้อนอยู่ในกระจกมองหลังได้ครบถ้วนจากผู้ร่วมเดินทางมาด้วยทั้งหกคน เขากลั้วหัวเราะเบาๆ ยังไงเสียเจ้าพวกนี้ก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มรุ่นๆ
“ลูกเลยหรอ ฮยองง ผมไม่มีจินตนาการคิดไปถึงขั้นนั้นหรอก” ยังโยซอบละสายตาจากกระจกมองหลัง เหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ลูกงั้นหรอ ...ทุกวันนี้เขายังไม่มีเวลาแม้แต่จะคิดเรื่องผู้หญิง
“ลูกผมก็ต้องหน้าตาดีเหมือนผม อันนี้มั่นใจว่าแน่นอนมาก” ซนดงอุนก้มหน้าหัวเราะกับตัวเอง ถึงจะรู้สึกถึงคำว่าลูกได้แค่ในมโนจินตนาก็ตาม
“ไม่คิดหรอก ไว้มีภรรยาเป็นตัวเป็นตนก่อนค่อยคิดดีกว่า ยากนะ วางแผนชีวิตล่วงหน้ากับสิ่งที่ยังจับต้องไม่ได้” จางฮยอนซึงยู่หัวคิ้วเข้าหากัน ลำพังพรุ่งนี้การคาดเดายังผิดพลาดได้ ประสาอะไรกับอนาคต
“ถึงเวลานั้นผมคงจะเป็นพ่อที่ดี คิดว่าอย่างนั้นนะ” ลีกีกวังพยักหน้าเข้าอกเข้าใจตัวเอง ลองวาดภาพเขากำลังอุ้มเด็กน้อยหน้าตาคล้ายคลึงกันแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้
“ถ้ามีลูก เขาจะต้องเป็นยอดนักฟุตบอล” ยูนดูจุนกับอีกหนึ่งความฝัน เพราะแยกร่างไม่ได้ คงจะดีถ้าสามารถส่งต่อให้ลูกน้อย และมองดูเด็กตัวกะเปี๊ยกเล่นฟุตบอลไปจนแก่ “ถ้าไม่ติดว่าได้ลูกสาว”
“...ไม่อยากมีลูก” ยงจุนฮยอง ...มีความคิดแค่นี้ ตราบใดที่เด็กทั้งหลาย ยังกลัวและร้องไห้โฮเวลาเจอหน้าเขา ริจะมีลูกเป็นของตัวเองรึ คงยาก
เท่าที่จำได้ เคยคุยกันไว้แบบนั้น ...
เรื่องไร้สาระของผู้ชายวัยโตแล้วแต่เตาะแตะ
.
.
.
วันหยุดแบบสบายๆ ถือเป็นของขวัญจากพระเจ้า พวกเขาจะได้รับมันมาแบบนานทีปีหน หยุดตรงกันบ้าง หยุดไม่ตรงกันบ้าง คนป๊อปปูล่าร์อย่างยูนดูจุนและลีกีกวังติดอันดับบีสผู้อาภัพ เงินค่าตัว แลกกับหยดเหงื่อ แรงกาย ตลอดจนสารพันอย่างที่ทำให้เกิดการเผาผลาญผ่านก้อนสมองและช่องตด(?) คงคุ้มกว่านี้มั้ง ถ้าได้นอนครบแปดชั่วโมงอย่างชาวบ้านเขาบ้าง แล้วไง เอ่ยปากขอบคุณความป๊อปปูล่าร์เหล่านั้นและจงวาดวิมานในอากาศต่อไปจนกว่าจะได้ดั่งหัวใจปรารถนา
พูดไป บลา บลา บลา เอาเป็นว่า วันนี้ยูนดูจุนกับลีกีกวังเพิ่งได้เวลายี่สิบสี่ชั่วโมงแบบเต็มๆวันกลับมาบริหารจัดการชีวิตภายใต้ห้องสี่เหลี่ยม แน่นอนว่าไม่มีใครอยากออกไปเดินร้อนจนจักกะแร้ร้องไห้ที่ไหน สันหลังจะเหยียดยาวอยู่บนที่นอนนุ่น ทำตัวหน้าด้านปล่อยให้แสงแดดจากหน้าต่างแยงตาและเลียตูดต่อไป กระทั่งได้ยินเสียงท้องร้องโครกครากประท้วง
จริงๆคือดูจุนค้นพบว่ามีแค่ตัวเองที่ทำตัวแบบนั้น เขาไม่รู้ว่ากีกวังลุกหายไปจากเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ กลิ่นหอมของอะไรสักอย่าง จูงจมูกพาเขาออกไปนอกห้องนอนทั้งขี้ตาและขี้ปาก ถ้าไม่คิดไปเองเหมือนจะรู้สึกว่าผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นมาเล็กน้อย ต็อกโบกีหม้อโตถูกยกมาตั้งไว้บนโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆข้างเครื่องคอมพิวเตอร์ บีสจะไม่อัตคัตใช้กระดาษหนังสือพิมพ์รองจานกับข้าว ตั้งวงจกข้าวเหนียวทานกันเหมือนเมื่อก่อน เกาหลีเป็นประเทศพัฒนาแล้ว บีสก็เช่นกัน โต๊ะญี่ปุ่นขนาดอัดกันนั่งได้หกคนแบบทุลักทุเลคือความภาคภูมิใจชิ้นหนึ่งที่จับต้องได้ของวง
จางฮยอนซึงรีบยกมือจับติ่งหูหลังจัดการวางหม้อต็อกโบกีลงบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซนดงอุนกับกี กวังกำลังนอนเอกเขนกดูโทรทัศน์ด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง ซีรีย์เกาหลีแสนดราม่าน่าเครียดตรงที่ว่าพระเอกนางเอกขยันเดินสวนกันอยู่ได้ ยังโยซอบง่วนอยู่กับแป้นพิมพ์ ไล้กดปุ่มจิ้มทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ ผู้ชายที่กระตือรือร้นกับการเข้าห้องแช็ทและตอบแฟนไซด์มากที่สุด เพราะงั้นไม่มีอะไรจะต้องสงสัยว่าทำไมหมอนั่นเรียกคะแนนจากแฟนคลับได้โข
“หอมจัง นี่สินะ ความสุขของวันหยุดอย่างแท้จริง” ดูจุนก้มลงดมกลิ่นน่าอร่อยจากหม้อต็อกโบกี “ความสุขที่จับต้องได้ ว่างั้นไหม ฮยอนซึง”
“ขอบคุณที่ตื่นเอง เพราะฉันคงรำคาญมากถ้าถูกใช้ให้ไปปลุกนาย” แค่คิดก็ร้อนๆหนาวๆ ไม่ใช่ว่ากลัวดูจุนจะละเมอถีบเขาตกลงมาจากเตียงชั้นสอง แต่เป็นเพราะเจ้าของแผ่นหลังคาดผ้ากันเปื้อนลายสีชมพูดูไม่เข้าท่าตรงซิงค์ล้างจานต่างหาก ฮยอนซึงเหล่มองเนือยๆ “เดาได้เลยว่าพอหมอนั่นหันมาต้องไล่ให้แกไปอาบน้ำแปรงฟัน”
“ฉันไม่ทำให้เขาต้องบอกหรอกน่า”
ณ ที่แห่งนี้ ทุกคนรู้ดีว่ายงจุนฮยองจอมเผด็จการแค่ไหน สั่งให้ทำนู่นทำนี่เสมือนทุกคนเป็นมือซ้ายมือขวา แต่ที่ยอมเพราะข้าวปลาอาหารกับความสะอาดเรียบร้อยของห้องพัก และบลา บลา บลา อันเป็นเหตุผลพอทดแทนกันได้ นั่นคือคำตอบที่ทำไมยอดชายอำนาจยิ่งใหญ่ในวงยอมก้มหัว ฮยอนซึงปัดมือไล่คู่สนทนาลวกๆ อีกไม่นานจะเที่ยงแล้ว ดูจุนควรจะอาบน้ำ ส่วนเขากับสมาชิกเลยควรค่าแก่เวลาอาหารกลางวันแล้วเสียที
เจาะประเด็นลึกลงไปหน่อย ว่าทำไมยูนดูจุนถึงยอมเดินหมากตามคำสั่งจอมเผด็จการไปเสียทุกเรื่อง เขาไม่ได้ถูกจุนฮยองจูงจมูกเดินไปที่นู่นที่นี่โดยปราศจากความสมัครใจ น้อยนักที่จะออกปากขัด ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายหันมาแหวลั่น ไม่ได้กลัวอีกฝ่ายชักสีหน้าใส่แล้วก็งอนกันไปเกือบวันจากนั้นก็หายทิฐิ ผลการวิเคราะห์แบบสั้นๆและได้ใจความจึงสรุปได้ว่า ยงจุนฮยองเป็นแม่ทูนหัวที่ท่านหัวหน้าวงยอมได้แม้กระทั่งโดนวาจาเชือดเฉือนผิวเนื้อจนกลายเป็นแผลวันละไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ...ถึงร้ายก็รักนะ
เพราะกลิ่นหอมเย้ายวนของต็อกโบกียังคงติดจมูก การอาบน้ำเป็นไปแบบลวกๆ ถูกสบู่ให้ฟองฟอดๆเข้าไว้ เปิดน้ำเต็มแรงอัดจากฝักบัวขับไหล่มันไหลลงท่อ ผมที่เพิ่งจะย้อมสีมาใหม่เปียกชุ่ม ผ้าขนหนูขยี้ซับความชื้นพอหมาดๆ ...ผ่านมาเกือบครึ่งวัน ยังไม่ได้ทักทายยาหยีเลยสักคำเดียว
ปัง ปัง ปัง
“ยูนดูจุน ยูนดูจุน เปิดประตูเดี๋ยวนี้ เปิดประตูเฮ๊ย!!!!!”
ไม่ทันได้แต่งตัวเสร็จดี เสียงรัวทุบประตูและเสียงตะโกนโหวกเหวกของฮยอนซึงก็ดังจนต้องรีบสวมบ็อกเซอร์ เปิดประตูออกด้วยสีหน้าเหรอๆหราๆ
“อุแหวะ!”
ซ้ำคนที่พุ่งพรวดเข้ามากอดคอห่านอ้วกจะเป็นจะตายจนตัวสั่นเทิ้มไปหมดเป็นยงจุนฮยอง เขายิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก ได้แต่ยืนมองฮยอนซึงกับโยซอบกรูเข้าไปไปพยุงตัว ลูบหลังกันให้ควักจนกระทั่งเข้าสู่ภาวะเกือบปกติ
“เดี๋ยวๆ จุนฮยอง มึงเป็นอะไรเนี่ย ฮยอนซึงทำไมจุนฮยองถึงอ้วก โยซอบคืออะไรยังไงเนี่ย เอ่อ...”
บทจะลองเรียบเรียงเรื่องราวดูจากการสอบถาม กลับถูกสายตาด่าทอกราดกลับมาจากดวงตาทั้งสองคู่ ฮยอนซึงกระชากผ้าขนหูบนไหล่ของเขามาเช็ดคราบอาเจียนที่มุมปากของจุนฮยองอย่างเบาๆมือ โยซอบขยี้ผ้าขนหนูผืนใหม่คอยซับหน้าซับตา ยูนดูจุนกำลังถูกทิ้งอยู่ในภาวะกูไม่รู้อะไรสักอย่างเลย รู้แต่ลักษณะว่ากูน่าจะเป็นคนผิดยังไงๆ ...ทำไมล่ะ เพราะตื่นสายหรอ หรือเพราะเมื่อคืนกลับมาดึก ไม่แน่อาจเพราะเมื่อเช้าไม่ได้ร่วมวงข้าวเช้าด้วย ...อะไรกันวะที่เผลอทำพลาดไป
“คือว่าถามนิดนึง คือจุน....”
“ลุกไหวไหมจุนฮยอง โยซอบช่วยประคองด้านนู้นที ค่อยๆลุกนะ”
ถ้าเซนส์ไม่ผิด จางฮยอนซึงกำลังกีดกันเขาออกห่างจากจุนฮยองสุดชีวิต ไหนจะโยซอบที่พยายามส่งสายตาถามเท่าไหร่ก็เอาแต่หลบ นึกอยากจะคว้าแขนจุนฮยองมาตอบคำถามให้รู้เรื่อง แต่ก็ทำไม่ได้ อะไรกัน เมื่อกี้ยังยืนทำอาหารอยู่ดีๆไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมจู่ๆถึงมาอาเจียนหมดเรี่ยวหมดแรงขนาดนี้ ดงอุนปรี่เข้าไปคว้าหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ของวันพัดให้ความเย็นสลับกับแกว่งไกวหลอดยาดมไปมาตรงที่ว่างข้างๆจุนฮยองบนโซฟาสีเทาอ่อน
“...ฮยอง จุนฮยองฮยองเป็นอะไร”
เบาใจหน่อยก็ตรงกีกวังยังคงยืนอยู่ข้างๆเขาและถามออกมาด้วยความไม่รู้ไม่ต่างกัน บนโซฟาจุนฮยองนอนหน้าซีดเผือด ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อนั่นแห้งผาก ประมาณจากตาข้อแขนบนหน้าท้องแบนราบนั่นเล็กลงหรือเปล่า ทำไมเขาเพิ่งสังเกตเห็น วินาทีที่ยูนดูจุนต้องการคำตอบ ขอแบบกระชับได้ใจความประโยคเดียวก็ได้ และเขาจะไม่ใส่ใจสายตาสามคู่ที่ส่งมาหาเขาเลยเมื่อเอ่ยปากถาม
“ฮยอง โอเคนะ” น้ำเสียงของโยซอบเต็มไปด้วยความห่วงใย มักเน่ตัวปลอมยอมถอยออกมานั่งห่างจากโซฟาห่างหน่อยเพื่อให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น เขามองดูจุนค่อยๆเดินเข้ามาหาจุนฮยองเงียบๆ รู้ว่าหัวหน้าวงของเขาไม่ได้ผิดอะไร ดูจุนต้องทำงานหนักขนาดไหน เพื่อเงินเดือน กับของที่เขาหรือใครบางคนในวงบ่นว่าอยากได้และพอจะมีกำลังซื้อ ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้ ...อดไม่ได้ที่ “ฮยอนซึงฮยอง ผมว่าเราควรบอกดูจุนฮยองได้แล้ว”
“ฉันไม่ใช่คนตัดสินใจว่าจะบอกหรือไม่บอกหรอกโยซอบ ไอ้บ้านี่ต่างหาก จะตายหรือยังหา” เอาเข้าจริง ฮยอนซึงเองก็ไม่ได้รู้สึกดีนักหรอกกับการกระทำที่แสดงออกไปเมื่อครู่ เขาใส่อารมณ์กับคนไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรสักอย่าง ถึงจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการไม่สู้ดีนักของจุนฮยองเพื่อนรัก ถ้าจุนฮยองไม่ขอ เขาไม่มีทางเก็บเรื่องใหญ่เรื่องโตนี้ไว้เงียบๆแน่
“...ขอคุยกับดูจุนแค่สองคนได้ไหม”
การพยายามยืนปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวอย่างสุดความสามารถไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กว่าจะเชื่อมโยงความทรงจำคร่ำครึตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ทั้งหมดก็หายใจทิ้งไปไม่รู้กี่ครั้ง ภาพเลือนๆลางๆตอนจุนกอนฝากมะยมดองมาให้จุนฮยอง อ้างได้ยินว่าเจ้าตัวบ่นเปรี้ยวปาก เมื่อสามวันก่อนจู่ๆก็ถูกโมโหใส่ ทำอารมณ์ร้ายรุนแรงไม่เข้าเรื่องทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ตอนซ้อมก็ดูอิดโรยแปลกๆ เนียนเซซ้ายที่ขวาทีแต่ยังทรงตัวอยู่ ไหนจะเที่ยวอารมณ์ขึ้นๆลงๆจนตามไม่ทัน แล้วนี่ยังจะอาเจียน
เห...
ของเปรี้ยว
อารมณ์แปรปรวน เวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน
หรือว่า จุนฮยอง!!!!!!
ห้องสี่เหลี่ยมขนาด xx X xx ตารางวาแคบลงทุกครั้งที่บรรยากาสน่าอึดอัดก่อตัวขึ้น ทั้งๆที่เป็นฝ่ายเอ่ยปาก แต่ยงจุนฮยองกำลังเสียใจกับการขาดเพื่อนสักคนไว้ยึดเหนี่ยวให้ทนไหวกับเรื่องที่กำลังจะพูด ไม่มีฮยอนซึงคอยเข้าข้าง โยซอบไม่อยู่ ดงอุนพยายามลากกีกวังออกไปข้างนอกได้สำเร็จ ...ถึงเวลาแล้วสินะ
เงาตะคุ่มทาบลงบนลำตัวของเขาและหายไปเมื่ออีกหนึ่งคนที่ยังคงอยู่ในห้องย่อตัวนั่งลงพื้น พิงหลังเข้ากับขอบโซฟา ดูจุนไม่ได้หันมามองแม้แต่หางตา ความลับ ...ยูนดูจุนเคยบอกเสมอว่าไม่ชอบการมีความลับ เขาฝ่าฝืนทั้งๆที่รู้ดีกว่าใคร มากมายหลายเหตุผลของการปิดบัง ได้แต่ภาวนาๆอยู่ในใจเบาๆว่า เมื่อเขาพูด ดูจุนจะเข้าใจ...
“มึงปิดเอาไว้ทำไม จุนฮยอง” ดูจุนก้มมองฝ่ามือชื้นเหงื่อทั้งสองข้าง “ทำไมมึงถึงไม่บอกเรื่องสำคัญขนาดนี้ให้กูรู้วะ”
“...กูขอโทษ”
“ทั้งๆที่ ...ทั้งๆที่กูทำให้มึงเป็นแบบนี้แท้ๆ” ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นกุมศีรษะ กำผมยุ่งระบายอารมณ์และความรู้สึกผิดเต็มประดา ถ้าไม่บังเอิญอาเจียนให้เห็นกันวันนี้ เขาคงจะเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องที่ตัวเองเป็นคนก่อต่อไป ดูจุนเม้มริมฝีปากแน่น “ทำไมมึงไม่บอกกูว่ามึง...”
จุนฮยองพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาพนักพิงโซฟาเงียบๆ สิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้ เขามีแค่ความหวัง มันอาจจะเป็นเพียงความหวังลมแล้งๆ ...ก็ดีเหมือนกัน จะได้จบๆกันไปเสียที
“...ดูจุน” เสียงเรียกที่แห้งผาก บทเรียนหลังจากนี้ เขากำลังจะได้รับมันอย่างสาสม
“อะไร”
“ขอโทษที่ไม่ได้บอก...”
“.......”
จุดเริ่มต้นของความขมขื่น การตอกกลับด้วยความเงียบเชียบที่เยียบเย็น จุนฮยองคู้ตัว กอดประคองหน้าท้อง กลั้นก้อนสะอื้น กลืนลงคอ ...มันจบแล้วยงจุนฮยอง จบแล้วจริงๆ
“ทำไมมึงไม่บอกกูว่ามึงทะ...”
“กู ....กูเป็นโรคกระเพาะ”
“...ว่าไงนะ”
“เพราะว่ามึงเป็นคนเดียวที่ยังซื้อโค้กมาฝากกูอยู่ กูไปตรวจมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหมอสั่งงด มึงเข้าใจใช่ไหมว่าชีวิตที่ไม่มีโค้กมันเจ็บปวดแค่ไหน เพราะงั้นถ้ามึงรู้ว่ากูเป็นโรคกระเพาะ มึงก็จะไม่ซื้อโค้กให้กูอีก แล้ว แล้ว ...แล้วกูจะอยู่ต่อไปได้ยังไงถ้าไม่มีโค้กกิน”
“จุนฮยอง ...มึง”
เสียงหัวเราะคิกคักจากข้างนอก พวกเปรตที่รวมหัวกันหลอกเขาได้แนบเนียนจนเส้นเลือดขึ้นข้างหน้าผาก ไอ้ตัวป่วงสุดคงไม่พ้นคนขอโทษขอโพยที่นอนคุดคู้อยู่บนโซฟา เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอกใช้ คำเฉลยที่บอกว่ามึงมันเป็นตุเป็นตะไปเองถึงขั้นนับหน้าเจ็ดหลังเจ็ด คิดว่าจุนฮยองคงทะ.... ช่างเถอะ
ก็ประมาณนั้น หลังจากที่รู้เรื่อง
ในหัวคิดเพียงแค่ว่า ...กูก็แค่คล้อยตาม แล้วคิดไปเองเท่านั้น
ถูกหลอก พ่องงจริงๆ =.,=
…ดูจุน กล่าว
FIN
TALK : สวัสดีดึกแล้ว เมื่อวานแพล่มไปว่าเคยเขียนฟิคจุนฮยองท้อง แต่ว่าพอรู้ว่าซ้ำพล็อตก็เลยพับโครงการ นึกแล้วเสียดายของ เลยเอาของเก่ามาเขี่ยใหม่ กลายเป็นเช่นนี้ ไม่มีชื่อเรื่อง ไม่มีเพลงประกอบ อย่าได้ถือสาในช่องโหว่ว แค่เธอเก็ท ฉันก็โอเค ช่วงนี้วุ่นวายมาก ใกล้จบแล้ว งานเยอะนัก แล้วเจอกัน
ขอบคุณที่เสพฟิคของข้าพเจ้าเสมอ
ปล. Music Box อยู่ระหว่างการจัดทำ สอบถามได้ที่ @OrnyJo ตลอดเว