[Fic] SHADOW [Dujun x Junhyung] (4/9)

posted on 24 Aug 2013 22:15 by orny in Fiction
Title : SHADOW
Status : 4/9
Fandom: Beast
Pairing: Dujun x Junhyung
Author: Orny 
Genre: Alternate Universe, Angst, Horror
Author’s Note: … ทดลองเขียน
 
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
 
 
Embedded image permalink
 
 

21 กันยายน 2012

 

14 นาฬิกา 30 นาที

 

 


“คุณมาที่นี่ทำไม”


จุนฮยองยืนปั้นหน้านิ่งสนิท เขาใช้น้ำเสียงเยียบเย็นกับผู้มาเยือน สร้างความห่างเหินเป็นกำแพงตั้งตระหง่านทั้งๆที่ยืนห่างกันเพียงกรอบประตูกั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ผลักไสไล่ส่ง หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยแววตาเศร้าสร้อย ไม่ว่าสายตาคู่นั้นต้องการจะบอกอะไร เขาไม่แม้แต่รับรู้มัน


“จุนฮยอง แม่...”


“อย่าเรียกชื่อผม” เขาสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงแบบเดิม ต่อให้มันทำให้หล่อนปวดร้าวจนแทบขาดใจ ฟังดูเหมือนเขาช่างใจร้าย แต่ไม่เลย ใครกันทำให้เขาต้องทรมาน


“ได้โปรด ฟังแม่บ้าง”


หญิงสาวพยายามก้าวเข้าประชิดตัวคนที่หล่อนเรียกว่าลูกชาย แต่เขากลับถอยห่าง ยิ่งเธอก้าวเข้ามาใกล้ เขายิ่งถอยหนี ยงจุนฮยองไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว เขาขาดความอบอุ่นมากเกินกว่าจะโหยหามัน เขาชินชากับการเอาตัวรอดด้วยตัวคนเดียว แม้ถูกกล่าวหาว่าเห็นแก่ตัว เพราะฉะนั้นหากคิดมาเติมเต็มสิ่งที่เคยพรากไปจากเขาเอาตอนนี้ล่ะก็ สายเกินไป


“ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณ คุณกลับไปซะเถอะ” เขายืนกราน


“แม่รู้ว่าลูกโกรธแม่มาก แต่จุนฮยอง กลับบ้านเราเถอะนะ ให้แม่ได้ดูแลลูก” หล่อนถือโอกาสคว้าเข้าที่ต้นแขนลูกชาย ออกแรงบีบเบาๆ น้ำใสเอ่อคลอหน่วยตาของเธอจนพร่ามัว “ได้โปรดจุนฮยอง กลับบ้าน”


“ผมไม่รู้ว่าคุณมาเรียกร้องอะไรจากผม แต่รู้ไว้ว่าผมไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณทั้งนั้น” จุนฮยองแกะมือของหล่อนออกอย่างใจเย็น “กลับไป อย่าให้ผมต้องเรียกรปภ.ขึ้นมาพาตัวคุณ”


หล่อนส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ แม่ไม่กลับจนกว่าลูกจะยอมกลับไปกับแม่ จุนฮยองจากนี้ไปลูกอยู่คนเดียวไม่ได้”


“คุณพูดอะไรของคุณ”


“ลูกอยู่คนเดียวไม่ได้ เขา.. เขาจะ”


น้ำเสียงของหล่อนสั่นเครือ หล่อนเอาแต่ส่ายหน้าไปมา จุนฮยองไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือไม่ เขาสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวบางอย่าง แต่ด้วยเหตุด้วยผลอะไรที่ทำให้เขาต้องกลับไปอยู่ในบ้านหลังนั้น บ้านที่ไม่เคยมีความอบอุ่น บ้านที่ผลักไสเขาออกมา


ดงอุนมาถึงที่นี่ด้วยสภาพของคนรีบร้อน ผู้จัดการหนุ่มรู้ดีว่าศิลปินในดูแลไม่ชอบการมาสาย ต่อให้ด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการจะถูกหยิบออกมาอ้างนี่อ้างนั่น จุนฮยองมักเรียกวิถีทางเวลาที่เขาทำแบบนั้นว่าชักแม่น้ำทั้งห้า ถึงไม่บ่อยก็ตามที เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นประตูห้องพักเปิดทิ้งไว้ มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญสลับกับชื่อของจุนฮยองดังลอดออกมาจากข้างใน เขารีบสาวเท้าเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูด้วยความกังวล ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดไม่น่าหละหลวม นอกจากเพื่อนฝูงที่เขาเคยเห็นหน้าไม่กี่คนแล้ว ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้มาพบจุนฮยองที่นี่ ถ้าเจ้าตัวไม่เป็นฝ่ายพามาเอง


“จุนฮยอง ฟังแม่สิ ลูกต้องฟังแม่ เชื่อแม่ ได้โปรด”


หญิงสาววัยกลางคนกำลังกอดขาอ้อนวอนจุนฮยอง หล่อนเขย่าขาจุนฮยองที่ทำเพียงแค่ยืนนิ่ง หลุบตามองหล่อนด้วยนัยย์ตาอ่านยาก ไม่ว่าหล่อนจะร้องไห้น้ำตาอาบแก้มจนแทบเหือดไปแค่ไหนก็ไม่มีคำพูดใดใดออกมาจากปากจุนฮยอง


ดงอุนเบือนสายตาหนีไปทางอื่น เขาไม่สามารถทนมองภาพน่าสะเทือนใจตรงหน้าได้ มีหลายเรื่องเกี่ยวกับจุนฮยองที่เขายังไม่รู้ต่อให้มันจะน้อยกว่าเรื่องที่เขารู้ และหนึ่งในหลายเรื่องนั่นคือผู้หญิงที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่เป็นใคร ใบหน้าของหล่อนละม้ายคล้ายกับจุนฮยอง ไม่สิ จุนฮยองต่างหากที่หยิบเอาเครื่องหน้าทั้งริมฝีปากและดวงตาของหล่อนมาไว้กับตัว


แม่งั้นเหรอ ...แม่ของยงจุนฮยอง


“ดงอุน พาเขาลงไปข้างล่าง”


ไม่ทันได้ค้นหาคำตอบในใจ เสียงจุนฮยองก็เรียกสายตาเขาให้หันกลับไปอีกครั้ง แวบนึงเท่านั้นที่เขาเห็นแววตาของจุนฮยองเปลี่ยนไปจนคิดว่าจุนฮยองอาจใจอ่อนสักหน่อยแล้วย่อตัวดึงหญิงสาวขึ้นมายืนประจันหน้ากัน แต่ไม่ เขาต่างหากที่เป็นคนพยุงเธอขึ้นยืน ออกแรงรั้งเธอให้ห่างออกมาจากจุนฮยอง ยืนฟังเธอร้องห่มร้องไห้ตอนลงจากลิฟท์ และโบกแท็กซี่ให้เธอเพื่อขึ้นรถกลับบ้าน


“คุณคือ...” หล่อนถามเขาด้วยน้ำเสียงติดสะอื้น


“ซนดงอุนครับ ผมเป็นผู้จัดการของจุนฮยอง” ดงอุนแนะนำตัวอย่างสุภาพ


“ฉันเป็น..” หล่อนลังเลที่จะพูดบางอย่างกับเขา ก่อนจะยกมือปาดน้ำตาข้างแก้มออกไป “...ฝากดูแลจุนฮยองด้วยนะคะ”


“ครับ ผมต้องดูแลเขาอยู่แล้ว”

 

ดงอุนโบกมือลาเธอ ยืนรอจนรถแท็กซี่เคลื่อนออกถนนใหญ่ไปจนลับตา เขากลับเข้าไปในคอนโด ครุ่นคิดคำพูดเพียงประโยคเดียวระหว่างรอลิฟท์เคลื่อนตัวจากชั้นGไปที่ชั้น32 จนกระทั่งเปิดประตูเข้าห้องไป เห็นจุนฮยองยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องถนนที่จากตรงนี้เป็นเพียงเส้นทางสีเทาเส้นเล็กๆ


ผู้หญิงคนนั้นบอกกับเขาว่า “อย่าปล่อยให้จุนฮยองอยู่คนเดียว”


....ทำไม


ความจริงที่ว่าตารางงานตามรายการโทรทัศน์ของจุนฮยองลดลงไปบ้าง มีข่าวลือแพร่สะพัดในอินเตอร์เน็ตแถมยังถูกหยิบเอามาพูดกันปากต่อปากเรื่องการตายติดต่อกันสามศพภายในเวลาไล่เลี่ยกัน ใจความสำคัญคือจุนฮยองมีส่วนเกี่ยวข้อง  และในฐานะคนใกล้ชิด ซนดงอุนกล้าพูดว่าทั้งหมดเป็นเรื่องของความบังเอิญเท่านั้น ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีของฮยอนซึง ถึงจุนฮยองมักบ่นให้เขาฟังว่าคนๆนี้ขี้งกเกินพอดี ชอบติดรถไปโน่นมานี่เพราะไม่อยากควักกระเป๋าจ่าย แต่จุนฮยองก็เรียกฮยอนซึงว่าเพื่อน คำที่จุนฮยองใช้กับคนไม่กี่คน เพราะงั้นการจากไปของฮยอนซึงจึงเป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับจุนฮยองอยู่จนถึงตอนนี้ แม้จะผ่านมาเกือบเดือนแล้วก็ตาม


“แวะทานมื้อกลางวันกันก่อนไหม” ดงอุนหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าข้างทาง เลยเวลามื้อกลางวันมาพักใหญ่แล้ว ยังพอมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการเดินทางไปถ่ายทำที่สถานีโทรทัศน์ “พี่ต้องทานนะ”


จุนฮยองดูไม่มีน้ำมีนวลเหมือนเมื่อก่อน ลักษณะภายนอกดูปกติดี แต่ลับสายตาทุกคนจุนฮยองกลับอ่อนแอเหลือเกิน แรปเปอร์หนุ่มทำงานหักโหม ทุ่มเทกับการทำเพลงทุกเพลงไม่เปลี่ยน เป้าหมายของจุนฮยองคือการไปถึงจุดที่สูงที่สุดโดยสักวันนึงหากร่วงลงมาแล้วจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่เป็นการร่วงหล่นลงมาอย่างสวยงาม เขาเองก็ไม่รู้ว่าไอ้จุดที่เป็นเป้าหมายมันอยู่ตรงไหนกันแน่ ณ วันนี้ เขาเดินทางมาไกลเกินครึ่งทาง


เพลงของจุนฮยองเป็นเพลงติดตลาด มันเจาะกลุ่มผู้ฟังที่ชอบเพลงฮิพฮอพ อาร์แอนด์บี และป๊อปได้ในระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกับภาพลักษณ์ของเขาเป็นจุดขายสำคัญสำหรับสาวๆ นั่นเป็นเหตุผลให้ดงอุนต้องคอยประคบประหงมคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง สรรหาสารพันสิ่งมาบำรุงดูแลให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ผลตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดชี้ชัดว่าร่างกายของจุนฮยองได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาทิ วิตามิน แร่ธาตุ แต่กลับอุดมไปด้วยแอลกอฮอล์


“ผมไม่อยากบังคับ แต่พี่ต้องทานให้หมด เข้าใจไหม” ดงอุนวางซองแฮมเบอร์เกอร์พร้อมซอสลงตรงหน้าจุนฮยองที่ดูไม่ค่อยอยากทานเท่าไหร่


“เอาไปทานบนรถได้ไหม” จุนฮยองต่อรองเสียงอ่อน


“ได้สิ ถ้าพี่ไม่แอบเอามันใส่กระเป๋าไปทิ้งตอนลงรถ”


เด็กสาววัยรุ่นกลุ่มใหญ่กรูกันยืนเรียงกันอีกฝากของกระจกทำให้เขาขย่อนเบอร์เกอร์ปลาในมือไม่ลงพอๆกับที่จุนฮยองไม่คิดอยากทาน ดงอุนพยายามกันฝ่ามือจากด้านหลังของเขา ใช้แผ่นอกบังจุนฮยองที่เอาแต่เดินก้มหน้ากระทั่งขึ้นรถ  เขามองภาพสะท้อนบนกระจกมองหลังพลางถอนหายใจเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ


“เด็กพวกนั้นไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนกัน” ดงอุนบ่นอุบ


การมาทำงานเป็นผู้จัดการศิลปินอาจทำให้เขาเข้าใจอยู่บ้างในเรื่องของความคลั่งไคล้และการให้การสนับสนุนศิลปินด้วยวิธีประหลาดๆ พวกเธอสามารถนอนกลางดินกินกลางทรายได้เพื่อรอพบศิลปินที่ชอบ พวกเธอยอมเสียเงินซื้อของซีดีมากกว่าสิบชิ้นเพื่อแลกกับลายเซ็นและแฟนมีตติ้ง มันเป็นการตลาดที่ใช้ได้ผลบนพื้นฐานของความรัก เพราะงั้นถ้ามองอย่างโลกสวยๆ ไม่มีใครขาดทุน


“พี่ต้องทานเบอร์เกอร์ให้หมด ถ้าพี่ไม่ทาน อย่าว่าแต่ผมเลย แค่เด็กผู้หญิงพวกนี้พี่ก็สู้ไม่ได้”


ดงอุนใช้สายตาบังคับจุนฮยองอีกทีผ่านกระจก ศิลปินในดูแลของเขาทำเพียงหัวเราะเบาๆพลางแกะห่อเบอร์เกอร์ละเมียดละไมกัดทีละนิดยังกับแมวดม เอาเถอะ อย่างน้อยจุนฮยองก็ทานมันเข้าไป ดงอุนเอนหลังพิงเบาะในท่วงท่าสบายๆ เขาขับรถไปตามเส้นทางที่เคยตั้งค่าไว้ในระบบGPSแบบฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เหลือบมองจุนฮยองเป็นครั้งเป็นคราวเพื่อเช็คว่าเบอร์เกอร์นั่นถูกกลืนเข้าไปในท้องจนหมด ไม่ใช่ว่าจุนฮยองเอาไปซุกไว้ในกระเป๋าซอกไหน แต่แววตา


ความแข็งกร้าวในแววตาของจุนฮยองหายไป....


“.....แม่”


เสียงอู้อี้ขึ้นจมูกเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาที่จ้องตอบกลับมาในกระจกมองหลัง ดงอุนสะดุ้งเล็กน้อย ดูเหมือนการลอบมองบ่อยๆจะทำให้จุนฮยองเข้าใจเจตนาผิดเพี้ยน


“พี่หมายถึง....”


“ผู้หญิงคนนั้น...” จุนฮยองเสมองออกไปนอกหน้าต่าง “...แม่ของฉันเอง”


เฉลยจากจุนฮยองไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจนัก ดงอุนใช้เวลาสักพักปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว จุนฮยองเคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังอยู่บ้าง แต่ใจความมีแค่หนีออกมาใช้ชีวิตคนเดียวตั้งแต่อายุสิบเจ็ด เหตุผลตื้นลึกหนาบางเขาไม่เคยถาม และจุนฮยองก็ไม่ใช่คนจมอยู่กับอดีต เขาพยักหน้ารับรู้เบาๆ หนึ่งอย่างที่เขากับจุนฮยองคิดเหมือนกันคงเป็นผู้หญิงคนนั้นมาหาจุนฮยองทำไม


ครึ่งชั่วโมงให้หลังพวกเขาเดินทางมาถึงสถานีโทรทัศน์ในเวลาฉิวเฉียด จุนฮยองถูกสไตลิสต์ลากไปแต่งหน้าทำผม นั่งปั้นหน้านิ่งเหมือนหุ่น ยู่คิ้วบ้างตอนทรงผมปัดไปในทิศทางไม่ถูกใจ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นตั้งแต่ไม่มีจางฮยอนซึง ไม่มีใครเข้าใจแฟชั่นแบบที่จุนฮยองต้องการนอกจากคนๆนั้นซึ่งไม่มีวันกลับมาทำงานร่วมกันได้อีกแล้ว


ดงอุนหยิบโทรศัพท์ออกมายืนกดเล่นระหว่างรอเริ่มการถ่ายทำ เขาไล่หารายชื่อที่เพิ่งเมมไว้เมื่อช่วงเช้าของวันหมาดๆ มองมันอย่างชั่งใจเมื่อหาเจอ ก่อนจะปลีกตัวเดินออกจากสตูดิโอไปหามุมเงียบๆที่แน่ใจว่ามีเพียงเขาที่ยืนอยู่เท่านั้น


เขาตัดสินใจกดปุ่มโทรออก


‘Calling ผู้กองยูน’


 

To Be Con


 

 

TALK : หากมีใครรออ่านอยู่ ข้ามาต่อแล้ว จันทร์ถึงศุกร์เป็นชีวิตที่ดุเดือดและหมดเรี่ยวหมดแรง

วีคที่ผ่านมาเปิดคอมวันเดียว ไม่ถึ่งครึ่งชั่วโมงปิดไปนอน โอ้ว วัยทำงานนี่มันโหดชิงๆ

เข้าเรื่อง หากอ่านจบแล้วจะพบว่าตอนนี้มิมีใครหายวับไปกับตา แต่เช่นกัน คงมีหลายคนเดาได้ว่าทำไม

เราอาจจะผูกปมง่ายไปหน่อย ให้อภัยเถอะนะ มือสมัครเล่นด้านhorror ๕๕๕๕๕๕๕

ขอบคุณทุกคนที่กล่าวถึงชะโด่วทาง #fshadow มากเลย ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ข้าผ่านทางนั้น

ขอบคุณคอมเม้นท์ที่น่ารักในบล็อค  นี่ก็กำลังใจอีกเหมือนกัน ได้มาแต่ละทีคือยากโคตรเลย ๕๕๕๕

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านเรื่องไหนและเรื่องไหนๆ

ขอบคุณที่เสพฟิคข้าพเจ้า

เจอกันตอนต่อไป



Comment

Comment:

Tweet

ยงจุนฮยองเป็นคนเข้มแข็งมากเลยนะ มากสุดๆอะ
มาจากพื้นฐานครอบครัวที่ย่ำแย่ แต่ก็ยังใช้ชีวิตได้ปกติ
แต่ทุกอย่างก็หล่อหลอมให้จุนฮยองกลายเป็นคนแข็งๆปะ
เย็นชา เหมือนมีกำแพงสูงลิ่วยากจะเข้าถึงอะเจรงงง
แต่ชีวิตน่าสงสาร คนที่อยู่คนเดียวอย่างจุนฮยองอะ
แน่ใจหรอว่าไม่ต้องการความอบอุ่นจริงๆ
เค้าเชื่อว่าจุนฮยองยังไงก็ต้องขาดอยู่แล้วอะ รอพี่ดู๋มาเติมนะ

เย้ยยยยยยยยย อะไรเนี่ย เขา? เขาไหน?
ทำไม มีใครตามล่าจุนฮยองอยู่ ฮือออ
แม่ต้องการจะบอกอะไรกับจุนฮยองอะ โอ้ยยยย
ไอ้ฆาตกรโรคจิตนั่นมันเป็นคร้ายยยย
อ่ะ อย่างน้อยๆฆาตกรก็ไม่ใช่ดงอุนแล้วหนึ่ง
เป็นใครกันน้อ ทำไมแม่ต้องกลัวขนาดนั้น
หมายความว่าไอ้ฆาตกรนั่นก็ตั้งใจจะเล่นงานจุนฮยองด้วยใช่มั้ย
น่ากลัว อ่านไปก็เริ่มกลัว ใครจะเป็นรายต่อไป
แต่ที่กลัวที่สุด ก็คือกลัวฆาตกรจะเป็นพี่ดู๋เนี่ยแหล่ะ
แง
เรื่องราวมันน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ ฮึกกกก
ขอบคุณสำหรับฟิคฮับ

#5 By Yojune_B (110.169.219.100) on 2013-09-21 21:59

แอบซุ่มอ่านมาตั้งแต่ตอนแรกครับ เรื่องอื่นด้วย สารภาพว่าเมามันส์มากจนไม่สามารถหยุดคอมเม้นท์ได้เลย *คุกเข่า*

แอบเดาได้ว่าใครตายนะ แต่ไม่รู้ว่าปมเกิดจากอะไร แล้วดูจุนช่วยอะไรได้บ้าง
ขนลุกหลายรอบเลยนะ การเรียบเรียงคำ ใช้คำแบบภาพฉายในหัวเหมือนดูหนังเลยอะ ฮือๆๆ

แอบเสียดายที่แต่ละตอนสั้นจังง่ะฮับ แฮ่ๆ

สนุกนะ ลุ้นนะ เดาไม่ถูกเลย
อยากอ่านตอนต่อไปจะลงแดง ไม่น่าพลาดมาอ่านฟิคยาวที่ยังต่อไม่จบเลย กรี๊ดดด!!! =[]=

ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆครับ ชอบทูจุนของคุณอรนี่มาก (ขออนุญาตเรียกงี้เลย เพราะไม่รู้จะเรียกว่าอะไร แฮ่~)

สู้ๆคับ ตอนหน้านะๆๆ >___<

#4 By mypanic (115.67.100.184) on 2013-09-03 21:59

พี่อรรรรรรรรรรร โอ้ มายยย ย ย
ตอนนี้คือเครื่องหมายคำถามเดินเล่นในหัวฝุดๆ 5555
คือเดาไปเยอะแยะมากมาย อะไรทำไมยังไง
แม่จุนฮยองรู้อะไรมา เขาที่นางพูดถึงคือใคร โอ่ยยยย
แล้วจะมีรายต่อไปไหม? ลุ้นที่สุดเลยยยย งุงิ
โอ๊ะ แล้วดงอุนเอาเบอร์ผู้กองมาจากไหนกันละนี่
มีไว้เพื่อปกป้ปงจุนฮยองไหม? หรือยังไง?
ดูจุนจะดีหรือร้ายโปรดบอกที หรือจุนฮยองที่ทำตัวเอง ...อ่า ปมม 55555
#เม้นครั้งนี้มีเพียงความสงสัย ฮ่าาา
ติดตามตล๊อดตลอดนะพี่อรรรร สู้ๆคร้าบบบ บ

#3 By oommii (101.108.244.81) on 2013-08-24 23:14

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!  
มาแล้วววว
เป็นตอนที่ไม่ได้อ่านสปอยล่วงหน้ามาก่อน ลุ้นกว่าทุกตอน(?) เพราะตอนอื่นๆนางอ่านสปอยก่อนแล้วถึงมาอ่านฉบับลงจริง
ตอนแรกคิดว่าในตอนนี้ดงอุนจะเป็นรายต่อไป แต่ดูท่าแล้วคงไม่ใช่ไหม คงรอดถึงตอนสุดท้ายเลยใช่ไหม เด่่นพอตัวเลยนี่น่า รู้จักเห็นหน้าแม่แล้ว แถมยังมีเบอร์ติดต่อผู้กงอยูนด้วย
แล้วไปแลกเบอร์กัยตอนไหน ๕๕๕๕ มั่นใจว่าถ้าจุนฮยองรู้ต้องไม่พอใจแน่ๆ
การกระทำของแม่จุนฮยองชวนให้คิดไปได้หลายเรื่อง แม่ของจุนฮยองรู้อะไรมา ทำไมถึงมาบอกให้กลับไปอยู่ด้วยกัน ทั้งๆที่เหมือนจะละเลยมานาน ทำไมถึงได้บอกกับดงอุนออกไปแบบนั้น
แล้วเขา... ที่แม่ของจุนฮยองยังไม่พูดออกมานั่นคือใคร พ่อของจุนฮยอง หรือคนอื่นที่ต้องการเอาชีวิตจุนฮยอง
แม่ของจุนฮยองต้องรู้อะไรแน่ๆ
อ่านจบก็คิดไม่ตกอีกแล้ว แงๆๆ ร้องไห้สาดน้ำตาใส่อรยาแปป
ปมโผล่ออกมาอีกแล้ว ทีนี้ก็คิดไปแล้วว่าแม่ของจุนฮยองจะตายไหม T T
ในเมื่อมันต้องมีคนต่อไปที่จะต้องตายแน่ๆ

#2 By SevenpieceC on 2013-08-24 22:42

คือเดาไว้ว่าคนต่อไปจะเป็นดงนี่ แต่ยัง! *จุดพลุ*
คือไม่รู้อ่ะ เดาไม่ได้ว่าปมคืออะไร ได้แต่ภาวนาว่าอีกห้าตอนที่เหลือจะไม่มีใครตายอีก T^T คืออย่างน้อยก็อย่าเป็นดงนี่เพราะน้องยังไม่ได้ทำใจ
มีคำถามค่ะ กีกวังล่ะ =*= มันหายไปไหน #ดูเรียกเมน ตอนนี้ระทึกตรงที่แม่ยงยงมาแล้วนางเหมือนจะพูดอะไร แต่สุดท้ายก็ไม่พูด
มันคืออะไรรรรรร อยากรู้วววววว
จะรอตอนที่ห้าแบบติดขอบจอค่ะ

#1 By blaqcc (223.205.249.182) on 2013-08-24 22:29