[FIC] (?ε`*) HamGyu ★ {chapter 9}

posted on 24 Sep 2013 20:25 by orny in Fiction directory Fiction

Title :   HamGyu

Fandom: Infinite
Pairing:  Hoya x Sunggyu feat. Allgyu

Author: Orny
Rating:  PG-17
Genre: Alternate Universe, Comedy
Author’s Note:  … หะ หนูกยูจีจี้

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

 

 

BIsszWhCIAEzBbp.jpg

 

credit : DBteoy น่ารักอ๊าาาาา

 

 

 

 

Chapter 9

 

KISS

 

 

 

 

“แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันควรทำยังไงนี่”

 

 

เอาจริงๆนะ คิมซองกยูโตแล้ว โตพอที่จะรับผิดชอบสารพัดเรื่องไม่ว่ามันจะถาโถมเข้ามาพร้อมกันมากเท่าไหร่ ยังไงก็ต้องจัดการให้อยู่ แต่เรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่ซองกยูไม่พร้อมรับมือเลยแม้แต่นิด ด้วยไม่เข้าใจ ด้วยรับไม่ไหว หรือด้วยอะไรก็แล้วแต่ คือเหตุผลที่ทำให้พาตัวเองมาหมกอยู่ในห้องนอนนัมอูฮยอนคนทรยศ เพื่อโอดครวญกับความจริงซึ่งโหยหวนมาตลอดทั้งวัน ถึงจะเคืองไปพักนึงตอนอูฮยอนสารภาพว่าเล่าให้ซองยอลกับมยองซูฟังหมดไส้หมดพุงแล้ว

 

 

“ออกไปจากห้องผม” อูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงแสนห้วน ไม่นึกรำคาญอะไรหรอกที่ซองกยูมาบ่นเป็นแฮมส์เตอร์กินผึ้ง แม้ว่ามันเป็นเรื่องเดิม ศิราณีอูฮยอนได้ให้คำปรึกษาไปแล้วซ้ำๆซากๆ ซองกยูรับฟัง แต่สุดท้ายก็วกกลับมาถามใหม่อยู่ดี ไม่เป็นไร เขาเข้าอกเข้าใจคนหัวใจพะว้าพะวง “ไปนอน”

 

 

ซองกยูขมวดคิ้ว “ไปได้ยังไง ถ้านอนแล้วเที่ยงคืนหมอนั่นแอบเข้ามาในห้องอีกล่ะ อูฮยอน นายไม่เข้าใจฉันเลยอ่ะ”

 

 

“โอยย ผมคือคนที่ยิ่งกว่าเข้าใจพี่เสียอีก รู้เอาไว้เลย”

 

 

ลองคิดดูสิว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจบอกความลับสุดยอดกับซองยอลและมยองซู เพราะซองกยูคิดว่าไม่มีคนเข้าใจ เดือดร้อนให้เขาต้องไปหาคนมาช่วยเข้าใจซองกยูให้อีก แสนดีที่สุดแล้ว ต่อให้ใครกล่าวหาว่ายกเหตุผลมาอ้างข้างๆคูๆ แต่นัมอูฮยอนไม่เคยลำบากใจ อะไรที่ทำให้ซองกยูเต็มไปด้วยความลับสน เหตุผลที่ซองกยูกลายเป็นคนขี้กระวนกระวาย หรือแม้กระทั่งทำไมซองกยูถึงไม่ยอมกลับห้อง เขารู้คำตอบทุกอย่าง เพียงแต่หวังว่าซองกยูอาจสะกิดใจด้วยตัวเองบ้าง ถ้ามีเซ้นส์สักหน่อย

 

 

“สมมติว่ามีใครมาว่าพี่ว่าคนขี้ขลาด พี่โกรธไหม” อูฮยอนเบี่ยงตัวไปคลิกเม้าส์ ไล่สายตาดูภาพถ่ายจากแฟนคลับของเขาในคอมพิวเตอร์เล่น ปล่อยให้ซองกยูนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงคนเดียว

 

 

“โกรธสิ แต่ต้องดูก่อนว่าเรื่องอะไร”

 

 

“ถ้างั้นก็ ...ไอ้คนขี้ขลาด” เสียวหลังอยู่ๆหน่อยเผื่อซองกยูโมโหจนคว้าหมอนปาใส่ ทว่าไม่ นั่นทำให้อูฮยอนต้องหันกลับไปมองทีเตียงอีกครั้ง เขาเห็นคนไม่เข้าใจตัวเองคู้ตัวกอดขาฟุบหน้าลงกับหัวเข่าเหมือนคนอมทุกข์ เล่นซะสงสารขึ้นมาดื้อๆ “เอ่อ ผมแค่อยากบอกว่าพี่ก็ไม่ได้ขี้ขลาดเท่าไหร่”

 

 

ซองกยูส่ายหัวเบาๆกับหัวเข่าตัวเอง “นายพูดถูกแล้ว ฉันน่ะ ขี้ขลาด”

 

 

พูดก็พูดเถอะ ซองกยูแค่กลัวการออกจากห้องแห่งความลับกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง หลังจากพิสูจน์แล้วว่าคำบอกเล่าของอูฮยอนเป็นเรื่องจริง คิดถึงทีไรเป็นได้แก้มร้อน หน้าแดงฉ่า จูบจากอีโฮวอนตอนที่รู้สึกคืนนั้นต่างจากครั้งไหนๆ นุ่มนวล หอมหวาน และเขารู้สึกดี

 

 

ใช่ รู้สึกดีจนเสียดายตอนโฮวอนละริมฝีปากออกไป

 

 

มันบ้ามากที่ปล่อยให้ความรู้สึกเทือกนี้ถลำลึก ลองไล่เลียงความเป็นทั้งหมดดูยิ่งแล้วใหญ่ เดิมการจูบกับโฮวอนเป็นจูบแกมบังคับ เขาเองนี่แหละเป็นคนบังคับ พอรู้ว่าจูบแล้วหายจากการเป็นแฮมสเตอร์เลยเอาใหญ่ สนใจที่ไหนล่ะว่าโฮวอนคิดยังไง ต่อมาการจูบกับโฮวอนกลายเป็นจูบจากคำขอร้อง ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ ซองกยูยอมทำหมดเพื่อให้การทำงานผ่านไปได้ด้วยดี เขาขอบคุณโฮวอนเสมอที่แยกแยะออก จากนั้นการจูบกับโฮวอนก็กลายเป็นหน้าที่ หน้าที่ที่ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าต้องทำมัน โดยปัดความตะขิดตะข่วงใจทิ้งไปเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น สุดท้ายแล้วการจูบกับโฮวอนกลายเป็นเรื่องของความรู้สึก สิ่งที่ทำให้ทั้งเขาและโฮวอนเปลี่ยนไป

 

 

ยังอยากจูบกันเหมือนทุกทีนะ แต่อีกใจก็กลัวที่จะจูบโฮวอน

 

 

ซองกยูเงยหน้า วางปลายคางลงบนแขนที่วางทับกันไว้เหลือหัวเข่า เขาถอนหายใจเฮือกยาวยังกับพ่นลมออกมาทั้งปอด “อูฮยอน ถ้านายเป็นฉัน นายจะทำยังไง”

 

 

คนถูกถามยอมยกก้นจากเก้าอี้มานั่งลงบนเตียง ส่งยิ้มบางๆให้ซองกยู ถ้าไม่ติดว่าซองกยูอายุมากกว่า เขาอยากยื่นมือไปลูบผมสีน้ำตาลอ่อนเบาๆ แล้วเฉลยให้ซองกยูเข้าใจสักที “ผมคงยอมรับ”

 

 

“ยอมรับอะไร”

 

 

 

“ก็ยอมรับว่าผมกำลังมีความรักน่ะสิ”

 

 

 

.

 

 

 

/“วอหนึ่งเรียกวอสอง ทราบแล้วเปลี่ยน”/

 

 

อีซองยอลกำลังพยายามทำเรื่องไร้สาระอยู่ในห้องผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือ เขาส่งสายสืบเข้าไปในห้องนอนของผู้มีความลับได้อย่างแนบเนียน เพราะคิมมยองซูเป็นรูมเมทในห้องนั้นอยู่แล้ว โอกาสมาเลยทีนี้ นัมอูฮยอนก็ นัมอูฮยอนเถอะ ใช่ว่าคนอย่างอีซองยอลจะแพ้ เขาใช้แอพโทรฟรีcallมยองซู บังคับขู่เข็ญให้ค่อยส่งสัญญาณตอบกลับโดยไม่สนใจเสียงบ่นงุ้งงิ้งง่วงนอนจากแมวตัวเขื่อง

 

 

“ให้ตอบอีกกี่ครั้งหา พี่ซองกยูยังไม่กลับมา ได้ยินไหมว่าพี่ซองกยูยังไม่กลับมา”

 

 

มยองซูตะคอกใส่มือถือด้วยเอง ปั้นหน้ายู่ยี่เหมือนคนหงุดหงิดเจียรขาดใจ ซึ่งก็ใช่ เขาหงุดหงิดจะตายอยู่แล้ว ไม่ใช่ไม่อยากรู้เรื่องที่ซองยอลอยากรู้ เขาอยากรู้เหมือนกัน ติดว่ารอเท่าไหร่ซองกยูก็ไม่ยอมกลับมา หนังตาเริ่มหย่อน เผลอหลับไปหลายหน สะดุ้งทุกทีเพราะเสียงซองยอลดังจนหูเกือบหนวก

 

 

/“อะไรกัน ทำไมเขาถึงไม่ยอมออกมาจากห้องแห่งความลับสักที มันใกล้เที่ยงคืนแล้วนะ”/

 

 

 

"จะรู้ไหมเล่า"

 

 

 

ตอนแรกซองจงไม่รู้ ทำไปทำมารู้เลย ตัวอยู่ห้องอื่น แต่ซองยอลสามารถเล่าเรื่องความลับที่ไม่ลับอีกต่อไปแล้วให้ซองจงฟังได้เป็นฉากๆผ่านแอพพลิเคชั่น แผนการชั้นสูงแนบเนียนมากขึ้นเมื่อได้ผู้ร่วมขบวนการมาอีกหนึ่ง เขาฝากฝังให้ซองจงถ่ายคลิปเอาไว้ทุกช็อตอย่าให้พลาด

 

 

แล้วไง คิมซองกยูไม่ยอมกลับห้อง

 

 

หรือแผนการเก็บหลักฐานคืนนี้จะกลายเป็นหมัน

 

 

 

.

 

 

 

เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ดงอูรู้สึกหนักใจกับการเปิดประตูห้องนอนออกไปของเพื่อนรักอย่างอีโฮวอน และถ้าสายตาที่คอยมองอยู่จนกระทั่งประตูปิดคือการส่งกำลังใจ อีโฮวอนหวังว่ามันคงมากพอที่จะช่วยให้ครั้งสุดท้ายเป็นความทรงจำที่ดี

 

 

จูบครั้งสุดท้ายของเขากับคิมซองกยู

 

 

แต่คงยาก

 

 

โฮวอนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาที่โถงนั่งเล่น เขาตั้งใจไม่เปิดไฟ ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างผ่านความมืด ใกล้เวลาเที่ยงคืนแล้ว ประตูห้องบานเดิมปิดสนิทเหมือนทุกครั้ง ถ้าเป็นคืนก่อนๆ เขาคงยืนอยู่ตรงนั้น นับเวลาถอยหลังด้วยหัวใจเต้นรัว แล้วค่อยๆเปิดเข้าไปให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

ใบหน้าของซองกยูตอนกำลังหลับต่างจากตอนต่อปากต่อคำกับเขานิดหน่อย ไม่มีอายแชโดว์บนเปลือกตาปิดสนิท เขาไม่ต้องคอยตอบใครแทนเจ้าตัวที่ออกอาการรำคาญเวลาถูกถามว่าวันนี้ทาอายแชโดว์สีชมพูหรือพีช ไม่มีขีดอายไลเนอร์เพื่อเพิ่มขนาดของรูปตา แพขนตานั่นก็ไม่ได้ปาดมาสคาร่าแต่อย่างใด ผิวของซองกยูขาวกว่าผิวของเขา แน่นอน ความเรียบเนียนก็เช่นกัน นั่นทำให้เขาชอบฉกฉวยโอกาสฝังจมูกลงไปบนแก้มนุ่ม ริมฝีปากของซองกยูเผยอขึ้นเล็กน้อย มีเสียงกรนเล็ดลอดออกมาในบางที เขาแอบขำ ทนรอให้ลมหายใจสม่ำเสมอ และกดจูบลงไปอย่างใจเย็น ปล่อยให้เวลาผ่านไปเชื่องช้า ล่าถอยออกมาด้วยความเสียดาย

 

 

ยิ่งทำยิ่งโลภ นึกอยากตีมือตัวเองให้ช้ำทุกครั้งที่เผลอสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวหลวมโคร่งแทนดึงผ้าห่มที่ถูกถีบไปกองอยู่ปลายเท้ามาคลุมให้ซองกยูหายหนาว คิดว่าเขาต้องต่อสู้กับโฮวอนเบบี้กับเดวิลโฮวอนในหัวสักกี่ครั้งกัน กว่าจะดึงมือออกมา พาตัวเองกลับห้องนอนให้เร็วก่อนจะเลยเถิด ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะคิมซองกยู

 

 

เพราะคิมซองกยูคนเดียว ให้รู้เอาไว้เลย

 

 

 

0.00 น.

 

 

 

มีความจำเป็นอะไรให้เขาต้องไปยืนอยู่หน้าประตูบ้านนั้น ในเมือคิมซองกยูไม่ได้อยู่ข้างใน

 

 

โฮวอนรู้อยู่แล้วว่าซองกยูยังไม่ยอมออกมาจากห้องของอูฮยอนตั้งแต่กลับจากงาน เอาน้ำเอาขนมเข้าไปทานในห้องนั้นแทนมื้อค่ำ และจนป่านนี้.....

 

 

เผื่อใจไว้อยู่แล้วตั้งแต่วันที่ตัดสินใจลักลอบเข้าไปจูบซองกยู สักวันนึงซองกยูต้องรู้ กลับกลายเป็นพอซองกยูรู้เข้าจริงๆ ไอ้ที่เผื่อใจไว้กลับไม่พอ เขายอมโดนซองกยูโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ไม่ก็ด่ากลับมาสักสองชุดใหญ่ ดีกว่าถูกซองกยูหลบหน้าหลบตา พูดกันสักคำรึไม่มี ลองอีโฮวอนอยู่ที่ไหนสักที่สิ ไม่มีคิมซองกยูอยู่ตรงนั้น ฝ่ามือของดงอูไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมากนักแม้ว่านั่นคือการปลอบใจ ถ้าเพียงแต่เขาเชื่อดงอูตั้งแต่แรก ‘อย่าทำเลยโฮวอน นายต่างหากที่เป็นฝ่ายเสียใจ’ ดงอูพูดถูกทุกอย่าง

 

 

อีโฮวอนเจ็บปวดจนแทบบ้า

 

 

เพราะฉะนั้น คืนนี้ถึงไม่มีครั้งสุดท้าย

 

 

ขอแค่ได้พูดกับซองกยูสักนิดนึงก็พอ

 

 

.

 

 

 

ไม่ค่อยแน่ใจว่าทำตัวเหมือนในหนังฝรั่งที่เคยดูรึเปล่า แต่ซองกยูพยายามใช้วิชามือเบาชนิดสุดๆเปิดประตูห้องแห่งความลับ เหลือบตามองซ้ายทีขวาทีอย่างระแวดระวัง ก่อนจะก้าวเท้าออกมาจากกรอบประตู แล้วปิดมันลงราวกับกลัวอูฮยอนที่ม่อยหลับไปแล้วสะดุ้งตื่น

 

 

เปล่าหรอก เขาแค่กลัวใครบางคนรู้ว่าเขาออกมาจากห้องนี้แล้ว

 

 

ซองกยูถอนหายใจ ยกมือลูบอกปอยๆ เมื่อกวาดสายตามองจนทั่วจากหน้าห้องแห่งความลับแล้ว ไม่พบสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในโถงกลาง มุมครัว และห้องน้ำ เขาผ่านด่านแรกได้อย่างง่ายดาย แต่ด่านที่สองคืออะไรที่ยากยิ่งกว่า ซองกยูย่องไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของตัวเอง เที่ยงคืนครึ่ง ซองจงกับมยองซูคงหลับไปแล้ว เลยเวลาสำหรับคนตรงต่อเวลาไปมาก เขาไม่แน่ใจนักกับการเปิดประตู สมมติถ้าเปิดประตูเข้าไปแล้วเจอคู่กรณีอยู่ในนั้นล่ะก็ ควรทำไง

 

 

คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ซองกยูถอนหายใจอีกเฮือกจนไหล่ตก นานๆทีที่เขาต้องมาตกที่นั่งลำบาก โดยเฉพาะกับเรื่องแบบนี้ มือสั่นขึ้นมาเสียอย่างนั้นตอนเอื้อมไปจับลูกบิด คิดแล้วคิดอีก แต่ไม่ว่ายังไงความพร้อมกับการเผชิญหน้าก็ไม่เกิด

 

 

 

“ผมไม่ได้อยู่ข้างในนั้นหรอก”

 

 

 

ขอบคุณพระเจ้า อีโฮวอนไม่ได้อยู่ข้างในนั้น

 

 

ซองกยูยิ้มให้กำลังใจตัวเองบางๆ

 

 

แต่เดี๋ยว

 

 

เสียงนั่น .....

 

 

ซองกยูปล่อยมือออกจากลูกบิดประตู หันขวับไปมองต้นเสียงที่ยืนกอดอกหันหลังให้เขาอยู่ริมระเบียงยังกับพระเอกซีรีย์ แล้วหัวใจไม่รักดีก็เริ่มเต้นแรงกว่าปกติ

 

 

“..โฮ..วอน”

 

 

“ไม่อยากเห็นหน้าผมขนาดนั้นเลยใช่ไหม”

 

 

 

ไม่ค่อยแน่ใจว่าคำพูดประโยคนั้นถูกถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงตัดพ้อรึเปล่า แต่คิมซองกยูกำลังแย่ ตอนแผ่นหลังใต้เสื้อกล้ามสีขาวค่อยๆหายไปจากสายตาเขา แทนที่ด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาเศร้าสร้อย แล้วก็อีโฮวอนที่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ และหยุดเมื่อความห่างระหว่างเขากับโฮวอนเหลือแค่ช่วงแขนเดียว

 

 

 

“คือ..คือฉัน ...ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” ไม่น่าเชื่อ คนที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างคิมซองกยูกำลังพูดจาตะกุกตะกัก

 

 

“พี่ไม่ต้องฝืนใจ ผมขอเวลาไม่มาก”

 

 

 

วินาทีสูญญากาศนี่มันยังไง เสียงหายใจตัวเองยังได้ยินชัดเจนจนนึกรำคาญ นั่นไม่เท่าไหร่ ดวงตาของโฮวอน สีหน้าของโฮวอน ร่างกายของโฮวอน ทุกอย่างเหมือนมีเป้าหมายพุ่งตรงมาที่เขา ซองกยูถอยร่น พิงหลังกับประตูห้องนอน อยู่ยากแล้ว คิมซองกยูเอ๋ย

 

 

“ผมขอโทษ”

 

 

คำพูดของโฮวอนหนักแน่นผิดกับน้ำเสียงที่สั่นเทา มันฟังดูเจ็บปวดจนเขาไม่เข้าใจว่าทำไมโฮวอนถึงรู้สึกอย่างนั้น ซองกยูเอียงคอน้อยๆ เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่ช้อนสายตาที่หลุบหนีโฮวอนตั้งแต่ถูกอีกฝ่ายเดินเข้ามาประชิดตัวขึ้นคาดคั้นเอาคำตอบโดยไม่ปริปากถาม

 

 

“ที่จูบพี่”

 

 

หัวคิ้วนิ่วเข้าหากัน ซองกยูอ้าปากกะถามเอาความปะติดปะต่อ

 

 

“ผมรู้ว่าผมเป็นคนฉวยโอกาส และพี่คงไม่ชอบใจเท่าไหร่ในสิ่งที่ผมทำ” โฮวอนเสมองไปทางอื่น “ตอนแรกผมแค่เป็นห่วงกลัวว่าพี่จะกลายร่างเป็นแฮมสเตอร์อีก แต่ผมหยุดไม่ได้ ผมทำมันลงไปทั้งๆที่รู้ว่าพี่คงไม่กลายเป็นแฮมเตอร์อีกแล้ว”

 

 

“เดี๋ยว ฉันไม่เข้าใจ”

 

 

“ผมไม่ว่าอะไรถ้าพี่จะไม่ให้อภัยผม เพราะว่าผม”

 

 

“อีโฮวอน นายกำลังพูดอะไรอยู่ ฉันไม่เข้าใจสักนิด”

 

 

อะไรกัน มาเที่ยวพูดขอโทษขอโพยอยู่ฝ่ายเดียว ทำผิดเรื่องอะไรมายังไม่รู้เลย ซองกยูยกมือขึ้นสั่งหยุดทุกประโยคที่โฮวอนกำลังจะพ่นออกมาในขณะที่เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูก ลองมองลึกลงไปในดวงตาของโฮวอนแล้วยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ ทำไมถึงได้ดูเจ็บปวดรวดร้าวถึงขนาดนั้น จากเขินๆอยู่ เลยเขินหดเลย

 

 

“ไหนลองบอกหน่อยซิ นายหมายถึงเรื่องอะไร” ซองกยูเป็นฝ่ายเอ่ยปาก

 

 

โฮวอนตวัดสายตากลับมา “หมายถึงพี่ ไม่สิ ทั้งหมดที่ผมทำให้พี่รู้สึกไม่สบายใจ”

 

 

“อ้อ ใช่ นายทำให้ฉันไม่สบายใจมากถึงมากที่สุด”

 

 

“...ผมขอโทษ”

 

 

ซองกยูขมวดคิ้ว “ขอโทษทำไม”

 

 

“ก็ขอโทษที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ ผมเข้าใจดีว่าพี่รู้สึกยังไง” โฮวอนยกมือขึ้นเสยผม “เราอาจมองหน้ากันไม่ติด เพราะพี่คงรังเกียจผมมาก แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน พี่ไม่ต้องกังวล ผมขอเวลาจัดการกับความรู้สึกของตัวเองสักพัก”

 

 

เสื้อกล้ามสีขาวถูกกระชากเต็มแรง ซองกยูไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้น เพราะเขากลัวเหมือนกันตอนที่ใบหน้าโฮวอนกระตุกเข้ามาใกล้ปลายจมูกของเขามากกว่าเก่า แต่เขากำลังโมโห เขาจ้องลึกลงไปในแววตาแบบเดิมของโฮวอน

 

 

“พูดบ้าอะไรอยู่คนเดียว ถามฉันสักคำไหม คิดเองเออเองอยู่ได้ ต่อยกันให้หายโง่สักหมัดดีรึเปล่า”

 

 

“ถ้าพี่อยากทำ” โฮวอนเบือนหน้าหนีไปทางอื่น “และถ้ามันทำให้พี่สบายใจ”

 

 

 

ฝ่ามือที่ขยุ้มเสื้อกล้ามตัวเดิมอยู่สั่นเทา ดวงตาของซองกยูก็เช่นกัน สุดกลั้นในอารมณ์

 

 

 

“โฮวอน รู้ไหม ทำไมฉันถึงไม่อยากอยู่ใกล้นาย” น้ำเสียงของซองกยูอ่อนลง “หลังๆมาแค่มองหน้ายังทำไมไม่ได้”

 

 

“เพราะพี่เกลียด..”

 

 

“ไม่ ฉันไม่เกลียดนาย ไม่เลยสักนิด” ซองกยูค่อยๆคลายมือออกจากเสื้อ ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเอง “คนที่ฉันเกลียดคือตัวเองต่างหาก ...จูบของนายมันน่ารังเกียจก็จริง และมันน่ารังเกียจมากขึ้นตอนที่ฉันรู้ตัวเองว่าฉันต้องการ ไม่ว่าฉันจะกลายเป็นแฮมสเตอร์อีกหรือไม่กลายเป็นแฮมเตอร์แล้วก็ตาม”

 

 

“.......”

 

 

“มีบางอย่างเปลี่ยนไป โฮวอน ทัศนคติของฉันที่มีต่อนายเปลี่ยนไป ในทางที่ดีซะด้วย” ซองกยูเค้นหัวเราะ “ดีเกินไปจนฉันคิดว่าเราควรหยุดมันสักที ก่อนที่ฉันจะกลายเป็นคนบ้า”

 

 

“บ้า?”

 

 

“ใช่สิ ประสาทจะเสีย วันๆมีแต่เรื่องของนายอยู่ในหัว หลอกหลอนอยู่ได้” ซองกยูเงยหน้าขึ้นมาตวาด “หลับตาทีนี่หน้าลอยมาเลย ตลกป่ะล่ะ มายังไง เล่าให้อูฮยอนฟังมันก็หาว่าฉันมีความรัก บ้ารึเปล่า ความรักเหรอ ความรักกับนายเนี่ยนะ อยากหัวเราะให้ลั่น” หลอกตัวเองพลางกรอกตามองเพดาน

 

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่โฮวอนเอาแต่ยืนฟังเขาพล่ามความในใจอยู่คนเดียวเฉยๆ ตวัดสายตากลับมามองหน้าโฮวอนอีกที โฮวอนเอาแต่อมยิ้มกรุ้มกริ่ม เลยลองทบทวนว่าตัวเองหลุดพูดอะไรออกไปเกินควบคุมรึเปล่า ซึ่งคงหลุดไปมาก มากพอที่จะหุบปากตัวเองเอาไว้ด้วยฝ่ามือ คว้าลูกบิดได้ก็เปิดออก กะหนีความจริงไปซ่อนตัวใต้ผ้าห่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ไม่ทันได้เบนฝีเท้า

 

 

 

“แล้วถ้า... ผมบอกว่าผมเป็นแบบนั้นเหมือนกันล่ะ” โฮวอนยกยิ้มมุมปาก “พี่จะว่ายังไง”

 

 

“อะไรนะ”

 

 

“ผมเป็นบ้าเหมือนพี่รึเปล่า”

 

 

 

วัดขนาดดวงตาของซองกยูตอนตกใจได้ประมาณ 0.9 เซนติเมตร หรืออาจมากกว่านั้น ซองกยูกรอกตาไปซ้ายทีขวาที ก่อนตัดสินใจหลับตาปี๋หนีทุกสิ่ง

 

 

 

กลิ่นของโฮวอน

 

 

ลมหายใจของโฮวอน

 

 

สัมผัสของโฮวอน

 

 

 

 

“ผมว่าคนบ้ากับคนบ้าน่าจะเข้ากันได้ดี พี่ว่างั้นไหม”

 

 

 

พระเจ้า คิมซองกยูแทบหยุดหายใจไปแล้วตอนริมฝีปากนุ่มหยุ่นทาบทับลงมา ยิ่งแนบแน่นยิ่งนุ่มนวล ยิ่งเนิ่นนานยิ่งหอมหวาน เขาทิ้งตัวลงในอ้อมแขนที่วาดเอวเขาเข้าไปกอดไว้ ละมือออกจากลูกบิดประตู ทุบลงบนหัวไหล่สีแทนเมื่อลมหายใจถูกช่วงชิงไปเกินพอดีแล้ว

 

 

นัยย์ตาฉ่ำเยิ้มมองภาพโฮวอนได้ไม่ชัดนัก แต่ว่านะ แต่

 

 

 

“อีกทีได้ไหม”

 

 

 

บ้า

 

คิมซองกยูบ้าไปแล้วจริงๆ

 

 

 

 

To be con

 

 

 

 

 

TALK : อร๊อยยยยย ยังกับเพิ่งเขียนบทละครน้ำเน่าจบไปหมดๆ นี่ช่องไหนเนี่ยย พระนางหน้าใหม่รึเปล่า ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ เราพยายามเขียนตอนนี้ออกมาบนพื้นฐานของความรู้สึกกลางมากที่สุด แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าเราทำให้มันกลางได้ไหม เพราะเห็นเงาจันทร์มาก เอาเถอะ อย่างน้อยมันก็เป็นการสารภาพความในใจที่ตึ๋งหนืดเบาๆ ๕๕๕๕๕๕๕ แถมยังมีการเอาความไร้สาระด้วยยอลมยองและซองจงมากั้นเพื่อให้ยาวขึ้น ถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถถ

 

ไม่น่าเชื่อเลยว่าแฮมกยูมาถึงตอนที่เก้าแล้วโดยที่เราไม่ได้ดองใดใด 

 

ขอบคุณทุกคนที่เสพแฮมกยู พูดถึงแฮมกยู และชอบแฮมกยู

-v- ขอบคุณมากสำหรับการติดตาม

 

เจอกันตอนต่อไป

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ว้าก เขิน อีกทีได้ไหม ><

#3 By mint (171.6.150.36) on 2013-10-05 17:14

เฺฮือก!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ตู้ม !!!!!! ระเบิดตัวเอง -///////////- 
ให้พูดจากใจ
มันไม่ได้หวานเลี่ยนแบบฟิคโรแมนติกเรื่องอื่น
ไม่ได้มีถ้อยคำน่ารักๆ
แต่เห้ยยยยยยยยยยยยยยยย
แม่งเขินยิ่งกว่านิยายพวกนั้นซะอีก กรี๊ดดด
รู้ใจตัวเองกันทั้งคู่ซะที ลุ้นแทบแย่
เห็นด้วยกับคอมเม้นท์แรก ยืดไปอีกเยอะๆนะ 55+
มยองยอลที่พยายามสอดแทรกไปอย่าทิ้งเด้อ
ส่วนนัม....
ให้คู่กับเราเองก็ได้ นี่เสียสละสุดๆเลยนะเนี่ย // โดนเมนนัมถีบ
// อะไรคือการที่อ่านจบตอนไปแล้วแก้มก็ยังแดงเสมือนอิแปะที่ถูกโฮวอนจุบุ =//////= เขินจุงงง

#2 By Jane-ELF_Shawol_Changjo_VIP on 2013-10-01 19:43

โฮกมาก สมกับที่รอคอย รักโฮกยู รักคนเขียน อย่าเพิ่งรีจบนะคะ ยืดได้อีกหลายๆตอนเลย

อย่าลืมหาคู่ให้นามูด้วยนะ ในฐานะผู้ช่ว
ยนายเอก อิอิ

จะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะคะ เขียนเก่งมากเลยค่ะ นุ่มนวล สละสลวย และอธิบายความรู้สึกได้ดีมากๆทุกเรื่องเลยค่ะ

#1 By catart (27.55.36.247) on 2013-09-25 08:47