[FIC] (?ε`*) HamGyu ★ {chapter 10}

posted on 06 Oct 2013 20:44 by orny in Fiction directory Fiction

Title :   HamGyu

Fandom: Infinite
Pairing:  Hoya x Sunggyu feat. Allgyu

Author: Orny
Rating:  PG-17
Genre: Alternate Universe, Comedy
Author’s Note:  … หะ หนูกยูจีจี้

 

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

 

 

BIsszWhCIAEzBbp.jpg

 

credit : DBteoy น่ารักอ๊าาาาา

 

*โปรดอ่านTALKหลังเสพ*


 

 

Chapter 10

เรื่องของเรา

 

 

“ใช่สิ ประสาทจะเสีย” นัมอูฮยอนกำลังส่งเสียงกวนประสาท ไหนจะสีหน้า ท่าทาง และสายตากรุ่มกริ่ม “วันๆมีแต่เรื่องของนายอยู่ในหัว หลอกหลอนอยู่ได้ อูฮยอนมันหาว่าฉันมีความรัก บ้ารึเปล่า ความรักเหรอ ความรักกับนายเนี่ยนะ อยากหัวเราะให้ลั่น”

 

เหมือนเสียเกือบทุกคำพูดที่พ่นไปเมื่อเที่ยงคืน  ไม่จบแค่นั้น

 

“ถ้าผมบอกว่าผมบ้าเหมือนพี่ล่ะ พี่จะว่ายังไง” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีซองยอลกลายร่างเป็นลูกคู่กับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ท่าทางล้อเลียนกวนประสาทนั่นมันสามารถมาก “ผมว่าคนบ้าน่าจะเข้ากันได้ดีนะ”

 

“ซองยอลลลลล”

 

“อูฮยอนนนนน”

 

ว่าแล้วก็พุ่งเข้ากอดกันเป็นเป้าดิ้นให้หมอนบนโซฟาปาใส่แล้วปาใส่อีกเพราะคนฟังทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น คิมซองกยูนึกอยากกลายร่างเป็นแฮมสเตอร์แล้วมุดหนีลงรูไปเสียจนกว่าจะหายเขิน แต่คงยาก เหมือนอาการกลายพันธุ์ได้หายสาปสูญไปแล้วนับตั้งแต่การจูบกับโฮวอนเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่าหน้าที่

 

“หุบปากกันสักทีโว๊ยยยยยยยยยยยยยย”

 

หวีดร้องให้เสียงแหบเสียงแห้งไปก็เท่านั้น ยังไงเสียคิมซองกยูไม่สามารถหยุดสายตาเคลิ้มฝันของซองจง เสียงหัวเราะของดงอู หรือบ้องเลนส์ของมยองซูได้ ที่สำคัญ คู่กรณีที่ทำให้เขาต้องอับอายกลับไม่สะทกสะท้านสักนิด แค่นั่งเฉยๆบนโซฟาข้างๆกัน ทำเป็นกดรีโมทดูช่องนั้นช่องนี้ อันนี้จริงหูกระดิกดิ๊กๆ

 

“โฮวอน เพราะนายคนเดียว” นอกจากสิ่งที่มั่นคงแล้วคือการไม่กลับไปเป็นหนู ซองกยูไม่เคยผิดเสมอไม่เคยเปลี่ยน ซองกยูถองข้อศอกใส่บั้นเอวโฮวอนพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษ “บ้าเอ๊ย ยัง ยังอีก คิมมยองซูหยุดถ่ายภาพเดี๋ยวนี้นะ” สั่งพลางยกมือบังหน้าบังตาประหนึ่งเซเลป

 

มยองซูยกกล้องลงไว้ระดับอก เขาเอียงคอน้อยๆ เอ่ยถามด้วยท่าทีไขสือสุดพลัง “ทำไมล่ะ ภาพคู่ ผมถ่ายให้ฟรีเลย ไม่คิดตังค์” ร้ายน้อยกว่าคนอื่นเขาทีไหน...

 

“พี่ก็อย่าไปบ้าจี้ตามเขา” โฮวอนลูบเอวปอยๆ ข้อศอกที่ถองเข้ามาแหลมไม่เบา นึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ติดว่าเหลือบเห็นแก้มขาวๆขึ้นสีแดงระเรื่อยแล้ว ความรู้สึกพวกนั้นหลบหลืบหายไปเป็นปลิดทิ้ง “ถึงมันจะจริงก็เถอะ”

 

“ไอ้!!!”

 

เหลือใครให้พึ่งพาล่ะทีนี้ คิมซองกยูเหมือนนั่งเป็นเป้าสายตาและศูนย์รวมขี้ปาก เขาฟึดฟัดทุบกำปั้นลงบนหน้าตัก คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนแล้ว หูแดงหน้าแดงหนักกว่าโดนล้อ ตอนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอแหกปากเสียงดังลั่น ดันลืมว่าไม่ได้อยู่ในหอพักกันแค่สองคน ถ้าทันได้เห็นอูฮยอนโผล่หัวออกมาจากห้องแห่งความลับ สังเกตสักหน่อยว่าซองยอลกับดงอูแง้มประตูสอดรู้สอดเห็น หรือผลักประตูห้องนอนตัวเองเข้าเต็มแรงเผื่อหูที่แนบฟังซะชิดประตูจะหงายเงิบลงบนพื้น

 

ปัญหาคือเขาไม่ได้ทำสักอย่าง เอาแต่ยืนป่าวประกาศความในใจออกไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บอกอีโฮวอนคนฉวยโอกาสเกือบหมดไส้หมดพุง พอคิดยั้งปากได้ก็สายเสีบแล้ว เพราะงั้นวันทั้งวันนี้คิมซองกยูอาจไม่มีที่ยืนอีกต่อไป ยืนตรงไหนตัวแทบลีบ เว้นเสียแต่ว่ายืนอยู่ข้างๆอีโฮวอน

 

“ถามจริงเถอะ พี่ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กำลังพวกเราสักนิดเลยเหรอ เราสัญญากันไว้ไม่ใช่รึไง ว่าห้ามมีความลับต่อกัน” ซองยอลผละออกจากอูฮยอน มานั่งลงข้างๆมยองซู แมวของเขากำลังปั้นหน้างอง้ำไม่พอใจที่เขาอินกับบทบาทไปหน่อย

 

“แล้วแกรู้ได้ยังไงล่ะ ซองยอล” ซองกยูสวนกลับ พลางเอื้อมมือคว้ารีโมทจากโฮวอนมาเป็นของตัวเอง

 

“เอ๊า ก็อูฮยอนบอก” ตอบไม่ได้คิดเลยว่าเพิ่งพ่นต้นเหตุแห่งการกระจายความลับออกไป

 

อูฮยอนเบิกตาโต “เห้ยยยยยยย พูดอย่างนั้นได้ยังไงงงง ซองยอล!!! เดี๋ยวพี่ซองกยูเข้าใจฉันผิดหมด เอ้อออ ไอ้นี่นี่”

 

“ไม่ต้องเดี๋ยวหรอก ฉันไม่ได้เข้าใจผิดไปสักนิด นัมอูฮยอน แกมันคนทรยศ” ชี้ปลายรีโมท ฟาดฟันด้วยสายตา พร้อมคำด่าแบบไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ แต่พอเชือดเฉือนได้บ้าง “ท-ร-ย-ศ”

 

“โธ่ พี่ซองกยู ผมหวังดีต่างหาก แค่อยากให้พี่มีคนเข้าใจเยอะๆนี่น่า”

 

“เอาความหวังดีกองไว้ตรงนั้นแหละ”

 

“อ๋อ ใช่ซี๊!! ลงเอยกันแล้วนี่ เลยเฉดหัวที่ปรึกษาอย่างผมออกไปให้พ้นๆ” อูฮยอนแสร้งทำแก้มพองลม “วันไหนมีปัญหาอย่ามาเล่าให้เค้าฟังนะ เค้าจะไม่ฟัง”

 

ซองกยูเบือนสายตาหนีจากอูฮยอนง๊องแง๊งไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรทัศน์เหมือนที่โฮวอนทำ อย่าว่าแต่วันหลังมีปัญหาเลย วันนี้ยังไม่รู้เป็นยังไง

 

ต่อเนื่องจากเมื่อคืน จูบนั่นเป็นเหมือนกู๊ดไนท์คิส โฮวอนไม่ได้ละริมฝีปากออกจากริมฝีปากของเขาในทันที ทุกสัมผัสเป็นอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง เขาเองก็รู้สึกใจหายหน่อยๆตอนที่กอดของโฮวอนค่อยๆคลายออกจากแผ่นหลัง ปลายนิ้วโป้งของโฮวอนลูบแก้มเขาเบาๆ ดวงตาของโฮวอนจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขาอยู่นาน แล้วโฮวอนก็ถอยห่างจากเขาไปหนึ่งก้าว บอกกับเขาสั้นๆว่า ‘good night’

 

แล้วมันยังไงต่อล่ะ

 

เช้าตื่นมา ไม่มีใครเจอหน้าเขาแล้วทำตัวปกติ ดงอูที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยกลับมองหน้าเขาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไหนจะซองจงทำเป็นเม้มปากกลั้นยิ้มม้วนหนีไปทางอื่น มยองซูก็ไม่เว้น อย่าพูดถึงซองยอลกับอูฮยอน สองรายนั้นออกอาการเสียยิ่งกว่าอะไร

 

แต่!

 

แต่อีโฮวอนทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง

 

แล้วดูเขาสิ คิมซองกยูแค่พาตัวเองมานั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน ยังเขินแทบก้าวเท้าไม่ได้ ไหนจะนั่งตัวเกร็งกว่าจะผ่อนคลาย แล้วอีโฮวอนที่นั่งข้างๆเป็นยังไง

 

นิ่ง

 

สงบ

 

ปกติดีทุกอย่าง

 

ตกลงยังไง

 

ผู้จัดการโผล่เข้ามาในห้องในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หอบอาหารมื้อแรกของวันมาให้ทาน ไล่ต้อนสมาชิกทุกคนให้เตรียมพร้อมได้แล้วสำหรับการออกเดินทางไปสถานีโทรทัศน์ตารางงานของวัน ตลอดการเดินทางซองกยูไม่สามารถปัดความคิดเทือกนั้นออกไปจากหัวได้ เขาถูกรุมเร้าด้วยคำว่า ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม เหลือบไปมองโฮวอนผ่านกระจกมองหลัง หมอนั่นเอาแต่ไล่เลือกเพลงฮิพฮอพในไอพอดฟัง ไม่สนใจใดใดในโลกเลยอย่าว่าแต่เขา

 

และที่หงุดหงิดไปกว่านั้น วันทั้งวันอีโฮวอนทำตัวเหมือนโลกมีแค่จางดงอูคนเดียว

 

คุยก็คุยกับดงอู

 

หัวเราะก็หัวเราะกับดงอู

 

เล่นก็เล่นกับดงอู

 

จะนั่งจะยืน จะเดิน โฮวอนก็หนีบข้างไว้แต่ดงอู

 

ไมเกรนแทบขึ้น นัมอูฮยอนคนโก้คอยตัดพ้อเขาไม่เลิกเรื่องเฉดหัว สุดแล้วแต่จะเข้าใจ ซองกยูปลีกตัวออกไปหาน้ำอัดลมเย็นฉ่ำดื่มดับทุกข์จากตู้กดหน้าตรงล็อบบี้หลังเวที ลากซองจงออกมาเป็นเพื่อน หลอกตัวเองว่าฉันไม่รู้สึกเหงาหรือสะทกสะท้าน ที่ควักเหรียญออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทางโมโห ที่หยอดเหรียญไม่เข้าสักทีแล้วหงุดหงิด หรือที่ตู้กดน้ำเฮงซวยไม่ยอมปล่อยกระป๋องออกมา เสียเงินไปฟรี

 

“อย่า พี่ซองกยู อย่าเตะตู้” ซองจงออกปากยั้งฝ่าเท้าที่ตั้งท่าหวดเข้าใส่ตู้กดน้ำสักตั้ง “ถอยไปก่อน ผมจัดการเอง”

 

“ฉันทำไม่ได้แล้วนายจะไม่ทำได้ยังไง ซองจง”

 

“อย่ามาดูถูกผมเชียว”

 

“อยากทำไรก็ทำเลยไป”

 

ชวนเขามายังมิวายไปหาเรื่องเขาอีก ซองกยูถอยออกมานั่งหน้ามุ่ยบนเก้าอี้ข้างตู้กดน้ำ เขาได้ยินเสียงซองจงทุบตู้เบาๆ ลองหยอดเหรียญใหม่ และสิ่งที่ตามมาจากนั้นคือดับเบิ้ลเป๊ปซี่กระป๋องร่วงลงมาให้ซองจงหยิบโชว์เขาอย่างภาคภูมิ

 

“เห็นไหมล่ะ พี่นี่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย” ไม่ติงเปล่า ซองจงจัดการเปิดฝาเป๊ปซี่ยื่นให้ลีดเดอร์อารมณ์ไม่ดีด้วยรอยยิ้ม “คิดถึงตอนพี่เป็นแฮมสเตอร์จัง ถึงจะโมโห แต่น่ารักกว่าตอนเป็นคนเยอะ”

 

กระดกเป๊ปซี่อยู่แทบสำลัก เหมือนโดนหลอกด่ากลายๆ “อีซองจง”

 

“ทำไมเล่า ผมคิดแบบนั้นจริงๆนี่นา แฮมกยูน่ะ น่ารักกว่าคิมซองกยูร้อยเท่าพันเท่า”

 

สิ่งที่ซองจงพูดไม่ใช่เรื่องที่เขาได้ยินเป็นครั้งแรก ซองกยูได้ยินคำพูดประโยคนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ย้อนกลับไปตอนอยู่ในร่างแฮมสเตอร์ สายตาที่เมมเบอร์มองเขาเต็มไปด้วยความเอ็นดู ผิดกันกับสายตาตอนเขาคืนร่างกลับมาเป็นคิมซองกยู สายตาสุดแสนเอ็นดูพวกนั้นเปลี่ยนกลัวหน่อยๆติดจะปีนเกลียวมากกว่า

 

ซองกยูโน้มตัวลงเท้าข้อศอกทั้งสองข้างบนหน้าขา “นายคงชอบตอนที่ฉันเป็นแฮมสเตอร์มากกว่าใช่ไหม ซองจง”

 

“ไม่เชิงหรอก” ซองจงเหลือบมองลีดเดอร์น้อยๆด้วยแววตาสงสัยในเนื้อเสียงเศร้าสร้อยที่ถามเขากลับมา “ผมแค่คิดว่าตอนนั้นพี่น่ารักดี และตอนนี้ เอ่อ พี่ก็น่ารักนะ แต่น้อยกว่าตอนนั้น”

 

“มิน่าล่ะ.....”

 

.

.

 

 

“เหลือเชื่อเลยว่านายคืออีโฮวอนที่ฉันรู้จัก”

 

จางดงอูอยากยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผาก วันทั้งวันเขาเหมือนมีปลิงมาเกาะทั่วเนื้อทั่วตัว ไล่ก็ไม่ไป ดึงก็ไม่ออก เลยต้องยอมให้ปลิงเกาะแกะ แม้ว่าความอดทนอาจมาถึงขีดสุดแล้ว เขาคีบฟู๊ดเซอร์วิสจากแฟนคลับสามเวปไซด์ที่ร่วมกันเรี่ยไรเงินมาซื้อมื้อกลางวันเลี้ยงเขาและสต๊าฟทั้งหมดเกือบสามสิบชีวิต

 

“ถ้าฉันเป็นนายนะโฮวอน ฉันจะตามเขาไป” ดงอูชี้ตะเกียบเปรอะซอสไปที่ประตูห้องพัก “ไม่นั่งอยู่ตรงนี้หรอก บอกเลย”

 

“แต่ฉันเป็นฉันนะ ดงอู” โฮวอนท้วง

 

“อืมมมม อยากเป็นตัวเองนัก อย่ามาดราม่าเรื่องพี่ซองกยูกับฉันอีกแล้วกัน”

 

โฮวอนถอนหายใจเฮือกยาว ไหล่หนาลู่ลงเหมือนคนหมดเรี่ยวหมดแรง “ทำไมไม่เข้าใจกันเลยวะเนี่ย”

 

“ไม่เข้าใจสักนิดเลยล่ะว่านายเอาความมั่นใจที่เคยมีไปไว้ไหนหมด”

 

ดงอูคงรำคาญ ใช่ว่าอีโฮวอนจะไม่รู้ เขาแค่สับสนจนไปต่อไม่ได้ ตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นมา การปล่อยซองกยูให้เป็นอิสระ ส่งเข้านอนแนบอวยพรให้ฝันดี อีโฮวอนกลับมานอนตาค้างเติ่งอยู่บนเตียง พลิกตัวไปมาจนดงอูลุกขึ้นด่าไปหนึ่งยก แต่หัวใจมันเต้นรัวเหมือนมีคนมาตีกลองอยู่ในอก เรียบเรียงในใจตัวเองพักใหญ่ว่าที่เพิ่งเกิดขึ้นหรือที่เพิ่งทำลงไปไม่ได้เป็นความฝัน

 

ซองกยูบอกกับเขาว่ารู้สึกเหมือนกัน

 

ซองกยูยอมรับสัมผัสของเขาไม่ว่าด้วยวิธีการไหนโดยไม่ปฏิเสธ

 

ถ้านี่คือความรักที่ลงล็อคพอดี จากนี้ อีโฮวอนควรทำไงต่อ

 

ตอนซองกยูเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอนเมื่อเช้า ระหว่างที่เขากำลังกินขนมปังเปล่ารองท้องก่อนอาหารจากผู้จัดการจะมาถึง วินาทีนั้นเขาไม่อาจละลายตาจากใบหน้าไม่ค่อยตื่นดีเท่าไหร่ของซองกยู อยากตรงเข้าไปจัดผมเผ้ารุงรังให้เข้าที่ ชี้ทางเข้าห้องน้ำให้เผื่อซองกยูเบลอจนหลังทิศ แต่ทั้งหมดแค่ความคิด เขานั่งมองซองกยูเดินหายเข้าไปในห้องน้ำอยู่บนโซฟา นั่งดูทีวีไปพลางจนซองกยูเดินหัวเปียกชุ่มออกจากห้องน้ำกลับเข้าไปในห้องนอนใหม่

 

“ธรรมชาติไง ฉันบอกให้เป็นธรรมชาติ ก่อนเคยเป็นไง ตอนนี้ให้เป็นแบบนั้น” ดงอูพยายามแนะนำรอบที่ล้าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การกลับเข้ามาในห้องพักของซองกยูจะทำให้โฮวอนหาญกล้ามากกว่าหัวหด “ไปสิ ลุกไปหาเขา ถามเขาว่าไปไหนมา”

 

“แต่ดงอู ฉัน..”

 

“ไปสิ ฉันบอกให้ไปไง” ผลักไหล่เพื่อนรักให้ลุก แถมจับก้นให้กำลังใจ

 

เก้ๆกังๆไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจก ทำทีเป็นเซ็ทผมให้เข้าทรงทั้งๆที่ตั้งเด่ดูดีอยู่แล้ว โฮวอนจิ๊ปากให้เงาตัวเองให้กระจกหนึ่งที คิดอะไรอยู่ถึงได้ปล่อยให้ซองกยูเดินผ่านนั่งอยู่มุมห้องคนเดียวโดยไม่พูดอะไร

 

ดงอูในกระจกบุ้ยหน้า ขยิบตาให้เขาเป็นแนวทาง โฮวอนเหลือบมองซองกยูผู้โดดเดียวที่มุมห้อง นับหนึ่งถึงสองในหัว และเบี่ยงปลายเท้าออกเดินในนับที่สาม ไปหยุดยืนตรงหน้าซองกยู ผิดคาด ความรักของเขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบกันเลย เอาแต่ก้มหน้าแชทกับใครสักคนในมือถือ

 

อีโอวอนควรทำไง

 

“พี่... ไปไหนมา” เริ่มจากการชวนคุย

 

“ข้างนอก” น้ำเสียงไม่จอยเท่าไหร่

 

“เข้าห้องน้ำเหรอ...”

 

“เปล่า”

 

“แล้วออกไปทำไม”

 

ดวงตาขนาดปกติ 0.8 ซม.ตวัดมองเขาไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่บอกก็รู้ว่าคิมซองกยูกำลังหงุดหงิด ให้เดาคงไปเจอเรื่องไม่ชอบใจข้างนอก แล้วพาลเป็นปกติ

 

“กงการอะไรของนาย”

 

ความร้อนระอุในอารมณ์วัดได้ประมาณระดับ 8 ซองกยูก้มลงสนใจแต่โปรแกรมแชทอย่างเก่า ไม่สนใจแม้ว่าเขาจะลากเก้าอี้ครืดคราดเสียงดังมานั่งประจันหน้า

 

“เห็นหายไปนาน ไปกับซองจงด้วย แต่ซองจงกลับมาก่อน ถามแค่นี้ไม่ได้ใช่ไหม” เอาความนิ่งเข้าข่ม

 

“สนใจด้วยเหรอ” เนื้อเสียงเปลี่ยนไปนิดหน่อย ฟังดูเง้างอนมากกว่าโกรธเคือง

 

“ถึงได้ถามอยู่นี่ไง”

 

“เหรอ” ซองกยูเบะปาก “ไม่อยากจะเชื่อ”

 

ดู ดูพูดเข้า ประชดประชันซะรู้เลยว่า เหตุแห่งหัวคิ้วขมวดมุ่นแทบกลายเป็นโบว์อันเบ้อเร่อ ตัวการณ์คือเขาเอง ใช่ใครที่ไหน

 

โฮวอนลอบยิ้ม

 

“อยากให้ผมไปด้วย ทำไมไม่ชวน”

 

“แค่ไปกดน้ำ ต้องมีเพื่อนไปด้วยเหรอ ฉันไปไหนมาไหนคนเดียวได้นะโฮวอน นี่คิมซองกยูนะ ไม่ใช่หนูแฮมสเตอร์ที่ต้องพึ่งกระเป๋าเสื้อใครสักคนพาไปไหนต่อไหน”

 

ลักษณะมีประเด็นต่อเนื่อง

 

“ถ้าตอนนี้พี่กลายเป็นแฮมสเตอร์ พี่คงพึ่งได้แค่กระเป๋าเสื้อของผมคนเดียวเท่านั้นล่ะ” โฮวอนโน้มหน้าลง พยายามจ้องหน้าอดีตแฮมกยูที่กลับร่างเดิมแล้วทำตบึงตบอนใส่ “เข้าใจไหม”

 

คงโน้มหน้าเข้าใกล้เกินไปหน่อย พอถูกผลักเลยหลังแทบหงาย ดีว่าตั้งตัวได้ทัน ซองกยูเดินห่างออกไปแล้ว เหลือแต่เขานั่งยิ้มรับนิ้วโป้งยอดเยี่ยมจากดงอูเป็นกำลังใจให้ไปต่อ ยังจับต้นชนปลายได้ไม่ถูกนัก เขาเผลอไปทำอะไรให้ซองกยูไม่พอใจตอนไหน

 

กว่าจะได้ตามทำความเข้าใจเรื่องราวต่อ ต้องรอขึ้นไลฟ์ ต่อด้วยงานแฟนไซด์อีกหลายชั่วโมง อีโฮวอนเหลือเชื่อกับตัวเองทีเดียว นอกจากทุ่มเทกับการเดบิวต์เป็นศิลปิน และยังคงทุ่มเทต่อไปกับการทำงานเมื่อเป็นศิลปินแล้ว กลับมีคนคนนึงทำให้เขาต้องทุ่มเทจนเหนื่อยสายตัวแทบขาด คอยตามพูด ชวนคุย เอาขนมล่อเข้าให้ แม้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ก็ตาม นั่นคือคิมซองกยู

 

ซองยอลบอกว่าเรื่องนี้ซองยอลจะไม่ยุ่ง เมื่อซองยอลไม่ยุ่งมยองซูก็ไม่ยุ่ง เช่นกันอูฮยอนแกล้งอมน้ำลายไม่คายความช่วยเหลือออกมา เอาแต่ทำเป็นรู้ว่าซองกยูไม่พอใจเขาเพราะอะไร

 

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบเที่ยงคืน

 

โฮวอนพาตัวเองออกมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนห้องเดิม แม้ว่าคืนนี้อาจไม่จำเป็นอีกแล้วสำหรับภารกิจยับยั้งการกลายเป็นแฮมสเตอร์ แต่เขากลับนอนไม่หลับ ต่อให้พยายามนอนนับแฮมเตอร์วิ่งปั่นวงล้อเกือบถึงร้อยรอบ

 

ติดว่าวันนี้ประตูห้องนอนปิดสนิทลงกลอนแน่นหนา กำปั้นหลวมๆยกขึ้นเคาะประตูเบาๆ

 

ก๊อก ก๊อก 

 

กริบ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

กริบ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

กริบ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

 

“โว๊ยยยยยย เคาะอยู่ได้ อะไรนักหนา!!!!!!!!!!!”

 

ถึงการปรากฎตัวของซองกยูไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แต่โฮวอนพอเข้าใจว่าซองกยูคงยังหงุดหงิดไม่เลิก แค่ลุกมาเปิดประตูให้นี่ถือว่าเมตตาแล้ว

 

“ผมอยากคุยกับพี่สักหน่อย” โฮวอนพยายามนิ่งกับสีหน้าเหมือนจะฆ่าจะแกงกันให้ได้

 

“คุยอะไร” น้ำเสียงห้วนสุด

 

“ออกไปคุยกันที่ห้องโถงไหมหรือให้ผมเข้าไปคุยข้างในห้องพี่ก็ได้ ถ้าซองจงกับมยองซูยังไม่หลับ”

 

“คุยอะไรก็คุยตรงนี้” ยืนกรานหน้ามู่ทู่

 

โฮวอนยักไหล่ “โอเค พี่โกรธอะไรผม”

 

“ใครโกรธ”

 

“พี่”

 

“ใครบอก”

 

“ต้องมีใครบอกผมด้วยเหรอ พี่คิดว่าตัวเองไม่ได้แสดงสีหน้า ท่าทางออกมาเลยรึไง ผมพยายามเข้าใจพี่มาทั้งวันแล้วนะ ให้ตายเถอะ ตอนเป็นหนูยังว่าง่ายกว่านี้”

 

ไม่แน่ใจว่าคำพูดประโยคไหนไปจี้จำดำเข้าให้รึเปล่า สีหน้าของซองกยูเจื่อนไป ก่อนจะถอยเท้ากลับเข้าห้อง ออกแรงผลักประตูปิดใส่หน้าเขา โฮวอนออกแรงต้านประตูไว้ด้วยฝ่ามือ

 

“อะไรของพี่อีก ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ”

 

“ไม่อยากคุยแล้ว”

 

“คิมซองกยู!!!!”

 

“คุยทำไมล่ะ ฉันตอนเป็นคนไม่พูดไม่รู้เรื่องเหมือนตอนเป็นแฮมสเตอร์นี่ ต้องกลับไปเป็นหนูก่อนไหม นายจะได้คุยรู้เรื่องน่ะ” ซองกยูตวาด “ชอบล่ะสิ ตอนฉันเป็นแฮมสเตอร์ น่ารัก น่าเอ็นดู คิดจะพกหนูใส่กระเป๋าไปไหนก็ได้ พอเป็นคนแล้วอยู่ด้วยยาก รำคาญนัก ก็อย่ามายุ่ง”

 

อีโฮวอนเห็นแล้วล่ะ ว่านัมอูฮยอนโผล่หัวออกมาจากห้องแห่งความลับ จางดงอูกับอีซองยอลกำลังแง้มประตูติดตามเหตุการณ์เหมือนลุ้นให้นักฟุตบอลรีบทำประตูเสียที  สองหน่อขยุกขยิกใต้ผ้าห่มบนเตียงในห้องนอนที่เปิดประตูอ้าซ่าอยู่นี่คงอยู่ในอาการเดียวกัน

 

อันที่จริงโฮวอนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกว่าอะไรทำให้ซองกยูหัวเสีย เขาไม่ฉลาดนักเรื่องการมีความรัก เท่าที่ซองกยูพ่นคำพูดน้อยเนื้อต่ำใจออกมา มันคงจะเกี่ยวกับเขา ซองกยูพูดถูก คิมซองกยูตอนเป็นหนูแฮมสเตอร์น่ารักน่าเอ็นดูกว่าคิมซองกยูตอนเป็นคนอยู่แล้ว ขนสีขาวกับขนาดพอดีมือ อุ้มทีต้องทะนุถนอมกลัวทำหล่น แต่มันเทียบกันได้ที่ไหนกับตอนเป็นคน ไม่มีขนนุ่ม ไหนจะสูงกว่าเขา หมดไปเลยความน่าเอ็นดู ถามว่าชอบอย่างไหนมากกว่า

 

แน่สิ ชอบตอนเป็นคิมซองกยู

 

จูบกับคิมซองกยู ยังไงก็รู้สึกดีกว่าจูบกับแฮมกยูหลายเท่า

 

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขากับซองกยูยังคงยืนจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น ถ้าเป็นทุกคืนที่ผ่านมาเขาคงโน้มตัวลงไปจูบซองกยูที่หลับสนิทไปแล้ว แต่คืนนี้...

 

“ผมเคยไปรำคาญพี่ตอนไหนกัน” โฮวอนสอดมือลงในกระเป๋ากางเกงด้วยความประหม่า “ผมรำคาญตัวเองมากกว่าอีกที่ไม่รู้จะทำตัวยังไง”

 

“........”

 

“พี่ตอบได้รึเปล่าว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับพี่ตอนนี้เป็นแบบไหน”

 

แก้มขาวขึ้นสีระเรื่อ ริมฝีปากที่เขาฉวยโอกาสจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าพะงาบพะงาบตอบ “จะไปรู้รึไง”

 

“นั่นสิ ผมก็ไม่รู้ รู้แค่รู้สึกดีกับพี่ แค่นั้น” โฮวอนถอนหายใจออกมาเบาๆ “โทษที ถ้าสมมติว่าตั้งแต่เมื่อคืนเรารู้ว่าเราคิดเหมือนกันแล้ว ผมแค่ไม่รู้ว่าควรทำไงต่อไป”

 

บอกว่าความรักรึ ก็ไม่กล้าพูด เขิน

บอกว่าคบกันอยู่รึ ก็ไม่กล้ายืนยันเท่าไหร่ ไม่แน่ใจ 

 

วินาทีสูญญากาศ

 

ต่างจากเมื่อวานนิดหน่อยตรงที่เกิดจากเรื่องคนละเรื่อง โฮวอนกลายเป็นฝ่ายหลบตาซองกยูเสียเอง ในขณะที่แววตาของซองกยูกำลังเดือดดาล

 

“อ่อน”

 

คำเดียวจากซองกยูดึงสายตาของโฮวอนกลับมาจดจ้องที่ใบหน้าของเขาเหมือนอยากจะเสยกลับมาสักหมัด

 

          “พี่ว่าไงนะ”

 

“อ่อนไง” ซองกยูวาดมือจับเข้าที่ลูกบิดประตู “แค่อยู่กับฉันแทนที่จะไปอยู่กับดงอูทั้งวัน แค่นั้นทำไม่ได้รึไง ไอ้บ้าเอ๊ย”

 

ปัง

 

ประตูน่ะ ปิดไปแล้ว

 

แต่อีโฮวอนยังยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูทำไมก็ไม่รู้เหมือนหุ่นขี้ผึ้ง เขาไม่สามารถห้ามให้ตัวไม่ฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ไม่สามารถห้ามอัตราการเต้นหัวใจที่เต้นรัวอยู่ให้ช้าลงได้

 

ถ้าคิมซองกยูจะน่ารักได้ขนาดนี้

 

 

To be con

 

 

TALK : สวัสดีค่ะ หากกำลังรอแฮมกยูอยู่ให้แท็ค #hamgyu ในทวิตเตอร์สักครั้ง ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ อ่านแล้วเป็น โหยยยย น้ำโนว์เนื้อจริงไรจริง แต่เราก็แถไถมาจนได้หนึ่งตอนค่ะ จริงๆแล้วเรากะไม่ให้มีตอนหวานแหวว แต่เกรงว่าอาจจะโดยรุมได้เนื่องจากมันควรจะมีสักหน่อยพอให้ใจชื้น ตอนแรกว่าจะขั้นด้วยสเปตอนพิเศษค่ะ ซึ่งเดาว่าคงไม่มีใครอยากอ่านมันเท่าตอนต่อไป เลยลงตอนต่อดีกว่า

มีอะไรจะบอกค่ะ แฮมกยูใกล้จะจบแล้ว ไม่คิดเลยว่าคนขี้ดองอย่างข้าพเจ้าสามารถเขียนเรื่องนี้มาจนจะจบได้ ขอบคุณทุกคนค่ะที่เสพแฮมกยู พูดถึงแฮมกยู และคอมเม้นท์ให้เราได้อ่าน ทั้งในนี้ ในบล็อค และแอร๊ยกันในทวิตเตอร์ ทุกคนทำให้เราเขียนต่อได้เรื่อยๆโดยไม่รู้สึกท้อ

หนึ่งคำถามค่ะ

“ถ้าข้าพเจ้าจะรวมเล่มแฮมกยู สนใจไหมคะ”

เดิมทีเราไม่ได้คิดถึงเรื่องการรวมเล่มค่ะ เพราะว่าแฮมกยูเป็นเรื่องที่เขียนง่าย และภาษาในการเขียนของเราอาจง่ายดายเกินไปจนไม่น่าเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม แต่พอมีคนพูดขึ้นมาเลยฉุกคิด เอออ รวมเก็บไว้เป็นอีกcoupleที่ตัวเองแต่งก็ดีเหมือนกันนะ เลยลองถามดูค่ะ ถ้ามีคนสนใจขั้นต่ำ 20 เล่ม คงทำแน่นอน แต่ถ้าไม่ถึงต้องคิดดูก่อน

 

หากสนใจ CLICK ตรงนี้ เพื่อลงชื่อนับจำนวนเล่มค่ะ

แพล่มยาวเลย ขอบคุณเสมอที่เสพแฮมกยูนะคะ ขอบคุณที่รอคอย ขอบคุณที่ชอบ

แล้วเจอกันตอนต่อไป

ปล.คอนเสิร์ตมีโฮกยูไหม นางผู้ไม่ได้ไปครวญครางอยู่ที่บ้าน


 

Comment

Comment:

Tweet

กรี๊ดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
// จะกรี๊ดไรนักหนา
สองคนนี้เค้ามีงอนกันด้วยย
โหย แปะเอ๊ยยย
ทำไรไม่ดูอายุตัวเองเล้ยย // โดนตบ 55+ 
มุ้งมิ้งอ่ะ นี่สรุปเที่ยงคืนเป็นเวลาของคนทั้งคู่ใช่ม่ะ =w= ยังกะซินเดอเรลล่าจริงๆ ^^

talk กลับ
1.เราเกาะอยู่แถวแรกตรงทางเดินใกล้ๆ main stage อ่ะ เลยไม่ค่อยเห็นโมเม้นอะไรเท่าไหร่ แล้วก็มัวแต่ถ่ายรูปเมนตัวเองด้วย 555+
2. เราไม่ค่อยได้สิงทวิตเลยไม่ได้แท็ก (จริงๆก็มีแต่ไม่ค่อยได้เล่น จะมาเม้นในนี้ให้ละกันนะคะ :)
3. อยากได้เล่มนี้เก็บไว้เหมือนกัน เป็นฟิคเรื่องแรกที่ตั้งใจจะซื้อเลยนะ ^^ แต่ขอดูราคาก่อน ถ้าไม่เกิน 350 ก็โออยู่ เราเพิ่งซื้ออินฟินิทการ์ด โฟโต้บุ๊คมยอง2 แถมอัลบัมชายนี่อีก กินแกลบจริงๆ ได้โปรดเข้าใจด้วยเถิด T.T
4. ใกล้จบแล้วหรอ ใจหายจัง 

#1 By Jane-ELF_Shawol_Changjo_VIP on 2013-10-12 23:53