[FIC] (?ε`*) HamGyu ★ {chapter 10}

posted on 06 Oct 2013 20:44 by orny in Fiction directory Fiction

Title :   HamGyu

Fandom: Infinite
Pairing:  Hoya x Sunggyu feat. Allgyu

Author: Orny
Rating:  PG-17
Genre: Alternate Universe, Comedy
Author’s Note:  … หะ หนูกยูจีจี้

 

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

 

 

BIsszWhCIAEzBbp.jpg

 

credit : DBteoy น่ารักอ๊าาาาา

 

*โปรดอ่านTALKหลังเสพ*


 

 

Chapter 10

เรื่องของเรา

 

 

“ใช่สิ ประสาทจะเสีย” นัมอูฮยอนกำลังส่งเสียงกวนประสาท ไหนจะสีหน้า ท่าทาง และสายตากรุ่มกริ่ม “วันๆมีแต่เรื่องของนายอยู่ในหัว หลอกหลอนอยู่ได้ อูฮยอนมันหาว่าฉันมีความรัก บ้ารึเปล่า ความรักเหรอ ความรักกับนายเนี่ยนะ อยากหัวเราะให้ลั่น”

 

เหมือนเสียเกือบทุกคำพูดที่พ่นไปเมื่อเที่ยงคืน  ไม่จบแค่นั้น

 

“ถ้าผมบอกว่าผมบ้าเหมือนพี่ล่ะ พี่จะว่ายังไง” ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีซองยอลกลายร่างเป็นลูกคู่กับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ท่าทางล้อเลียนกวนประสาทนั่นมันสามารถมาก “ผมว่าคนบ้าน่าจะเข้ากันได้ดีนะ”

 

“ซองยอลลลลล”

 

“อูฮยอนนนนน”

 

ว่าแล้วก็พุ่งเข้ากอดกันเป็นเป้าดิ้นให้หมอนบนโซฟาปาใส่แล้วปาใส่อีกเพราะคนฟังทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั้น คิมซองกยูนึกอยากกลายร่างเป็นแฮมสเตอร์แล้วมุดหนีลงรูไปเสียจนกว่าจะหายเขิน แต่คงยาก เหมือนอาการกลายพันธุ์ได้หายสาปสูญไปแล้วนับตั้งแต่การจูบกับโฮวอนเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่าหน้าที่

 

“หุบปากกันสักทีโว๊ยยยยยยยยยยยยยย”

 

หวีดร้องให้เสียงแหบเสียงแห้งไปก็เท่านั้น ยังไงเสียคิมซองกยูไม่สามารถหยุดสายตาเคลิ้มฝันของซองจง เสียงหัวเราะของดงอู หรือบ้องเลนส์ของมยองซูได้ ที่สำคัญ คู่กรณีที่ทำให้เขาต้องอับอายกลับไม่สะทกสะท้านสักนิด แค่นั่งเฉยๆบนโซฟาข้างๆกัน ทำเป็นกดรีโมทดูช่องนั้นช่องนี้ อันนี้จริงหูกระดิกดิ๊กๆ

 

“โฮวอน เพราะนายคนเดียว” นอกจากสิ่งที่มั่นคงแล้วคือการไม่กลับไปเป็นหนู ซองกยูไม่เคยผิดเสมอไม่เคยเปลี่ยน ซองกยูถองข้อศอกใส่บั้นเอวโฮวอนพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษ “บ้าเอ๊ย ยัง ยังอีก คิมมยองซูหยุดถ่ายภาพเดี๋ยวนี้นะ” สั่งพลางยกมือบังหน้าบังตาประหนึ่งเซเลป

 

มยองซูยกกล้องลงไว้ระดับอก เขาเอียงคอน้อยๆ เอ่ยถามด้วยท่าทีไขสือสุดพลัง “ทำไมล่ะ ภาพคู่ ผมถ่ายให้ฟรีเลย ไม่คิดตังค์” ร้ายน้อยกว่าคนอื่นเขาทีไหน...

 

“พี่ก็อย่าไปบ้าจี้ตามเขา” โฮวอนลูบเอวปอยๆ ข้อศอกที่ถองเข้ามาแหลมไม่เบา นึกหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ติดว่าเหลือบเห็นแก้มขาวๆขึ้นสีแดงระเรื่อยแล้ว ความรู้สึกพวกนั้นหลบหลืบหายไปเป็นปลิดทิ้ง “ถึงมันจะจริงก็เถอะ”

 

“ไอ้!!!”

 

เหลือใครให้พึ่งพาล่ะทีนี้ คิมซองกยูเหมือนนั่งเป็นเป้าสายตาและศูนย์รวมขี้ปาก เขาฟึดฟัดทุบกำปั้นลงบนหน้าตัก คิดย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนแล้ว หูแดงหน้าแดงหนักกว่าโดนล้อ ตอนนั้นไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอแหกปากเสียงดังลั่น ดันลืมว่าไม่ได้อยู่ในหอพักกันแค่สองคน ถ้าทันได้เห็นอูฮยอนโผล่หัวออกมาจากห้องแห่งความลับ สังเกตสักหน่อยว่าซองยอลกับดงอูแง้มประตูสอดรู้สอดเห็น หรือผลักประตูห้องนอนตัวเองเข้าเต็มแรงเผื่อหูที่แนบฟังซะชิดประตูจะหงายเงิบลงบนพื้น

 

ปัญหาคือเขาไม่ได้ทำสักอย่าง เอาแต่ยืนป่าวประกาศความในใจออกไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บอกอีโฮวอนคนฉวยโอกาสเกือบหมดไส้หมดพุง พอคิดยั้งปากได้ก็สายเสีบแล้ว เพราะงั้นวันทั้งวันนี้คิมซองกยูอาจไม่มีที่ยืนอีกต่อไป ยืนตรงไหนตัวแทบลีบ เว้นเสียแต่ว่ายืนอยู่ข้างๆอีโฮวอน

 

“ถามจริงเถอะ พี่ไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กำลังพวกเราสักนิดเลยเหรอ เราสัญญากันไว้ไม่ใช่รึไง ว่าห้ามมีความลับต่อกัน” ซองยอลผละออกจากอูฮยอน มานั่งลงข้างๆมยองซู แมวของเขากำลังปั้นหน้างอง้ำไม่พอใจที่เขาอินกับบทบาทไปหน่อย

 

“แล้วแกรู้ได้ยังไงล่ะ ซองยอล” ซองกยูสวนกลับ พลางเอื้อมมือคว้ารีโมทจากโฮวอนมาเป็นของตัวเอง

 

“เอ๊า ก็อูฮยอนบอก” ตอบไม่ได้คิดเลยว่าเพิ่งพ่นต้นเหตุแห่งการกระจายความลับออกไป

 

อูฮยอนเบิกตาโต “เห้ยยยยยยย พูดอย่างนั้นได้ยังไงงงง ซองยอล!!! เดี๋ยวพี่ซองกยูเข้าใจฉันผิดหมด เอ้อออ ไอ้นี่นี่”

 

“ไม่ต้องเดี๋ยวหรอก ฉันไม่ได้เข้าใจผิดไปสักนิด นัมอูฮยอน แกมันคนทรยศ” ชี้ปลายรีโมท ฟาดฟันด้วยสายตา พร้อมคำด่าแบบไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่ แต่พอเชือดเฉือนได้บ้าง “ท-ร-ย-ศ”

 

“โธ่ พี่ซองกยู ผมหวังดีต่างหาก แค่อยากให้พี่มีคนเข้าใจเยอะๆนี่น่า”

 

“เอาความหวังดีกองไว้ตรงนั้นแหละ”

 

“อ๋อ ใช่ซี๊!! ลงเอยกันแล้วนี่ เลยเฉดหัวที่ปรึกษาอย่างผมออกไปให้พ้นๆ” อูฮยอนแสร้งทำแก้มพองลม “วันไหนมีปัญหาอย่ามาเล่าให้เค้าฟังนะ เค้าจะไม่ฟัง”

 

ซองกยูเบือนสายตาหนีจากอูฮยอนง๊องแง๊งไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรทัศน์เหมือนที่โฮวอนทำ อย่าว่าแต่วันหลังมีปัญหาเลย วันนี้ยังไม่รู้เป็นยังไง

 

ต่อเนื่องจากเมื่อคืน จูบนั่นเป็นเหมือนกู๊ดไนท์คิส โฮวอนไม่ได้ละริมฝีปากออกจากริมฝีปากของเขาในทันที ทุกสัมผัสเป็นอย่างเชื่องช้าและอ้อยอิ่ง เขาเองก็รู้สึกใจหายหน่อยๆตอนที่กอดของโฮวอนค่อยๆคลายออกจากแผ่นหลัง ปลายนิ้วโป้งของโฮวอนลูบแก้มเขาเบาๆ ดวงตาของโฮวอนจ้องลึกลงมาในดวงตาของเขาอยู่นาน แล้วโฮวอนก็ถอยห่างจากเขาไปหนึ่งก้าว บอกกับเขาสั้นๆว่า ‘good night’

 

แล้วมันยังไงต่อล่ะ

 

เช้าตื่นมา ไม่มีใครเจอหน้าเขาแล้วทำตัวปกติ ดงอูที่ดูเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรเลยกลับมองหน้าเขาแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไหนจะซองจงทำเป็นเม้มปากกลั้นยิ้มม้วนหนีไปทางอื่น มยองซูก็ไม่เว้น อย่าพูดถึงซองยอลกับอูฮยอน สองรายนั้นออกอาการเสียยิ่งกว่าอะไร

 

แต่!

 

แต่อีโฮวอนทำตัวเหมือนเดิมทุกอย่าง

 

แล้วดูเขาสิ คิมซองกยูแค่พาตัวเองมานั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน ยังเขินแทบก้าวเท้าไม่ได้ ไหนจะนั่งตัวเกร็งกว่าจะผ่อนคลาย แล้วอีโฮวอนที่นั่งข้างๆเป็นยังไง

 

นิ่ง

 

สงบ

 

ปกติดีทุกอย่าง

 

ตกลงยังไง

 

ผู้จัดการโผล่เข้ามาในห้องในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา หอบอาหารมื้อแรกของวันมาให้ทาน ไล่ต้อนสมาชิกทุกคนให้เตรียมพร้อมได้แล้วสำหรับการออกเดินทางไปสถานีโทรทัศน์ตารางงานของวัน ตลอดการเดินทางซองกยูไม่สามารถปัดความคิดเทือกนั้นออกไปจากหัวได้ เขาถูกรุมเร้าด้วยคำว่า ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม เหลือบไปมองโฮวอนผ่านกระจกมองหลัง หมอนั่นเอาแต่ไล่เลือกเพลงฮิพฮอพในไอพอดฟัง ไม่สนใจใดใดในโลกเลยอย่าว่าแต่เขา

 

และที่หงุดหงิดไปกว่านั้น วันทั้งวันอีโฮวอนทำตัวเหมือนโลกมีแค่จางดงอูคนเดียว

 

คุยก็คุยกับดงอู

 

หัวเราะก็หัวเราะกับดงอู

 

เล่นก็เล่นกับดงอู

 

จะนั่งจะยืน จะเดิน โฮวอนก็หนีบข้างไว้แต่ดงอู

 

ไมเกรนแทบขึ้น นัมอูฮยอนคนโก้คอยตัดพ้อเขาไม่เลิกเรื่องเฉดหัว สุดแล้วแต่จะเข้าใจ ซองกยูปลีกตัวออกไปหาน้ำอัดลมเย็นฉ่ำดื่มดับทุกข์จากตู้กดหน้าตรงล็อบบี้หลังเวที ลากซองจงออกมาเป็นเพื่อน หลอกตัวเองว่าฉันไม่รู้สึกเหงาหรือสะทกสะท้าน ที่ควักเหรียญออกมาจากกระเป๋าด้วยท่าทางโมโห ที่หยอดเหรียญไม่เข้าสักทีแล้วหงุดหงิด หรือที่ตู้กดน้ำเฮงซวยไม่ยอมปล่อยกระป๋องออกมา เสียเงินไปฟรี

 

“อย่า พี่ซองกยู อย่าเตะตู้” ซองจงออกปากยั้งฝ่าเท้าที่ตั้งท่าหวดเข้าใส่ตู้กดน้ำสักตั้ง “ถอยไปก่อน ผมจัดการเอง”

 

“ฉันทำไม่ได้แล้วนายจะไม่ทำได้ยังไง ซองจง”

 

“อย่ามาดูถูกผมเชียว”

 

“อยากทำไรก็ทำเลยไป”

 

ชวนเขามายังมิวายไปหาเรื่องเขาอีก ซองกยูถอยออกมานั่งหน้ามุ่ยบนเก้าอี้ข้างตู้กดน้ำ เขาได้ยินเสียงซองจงทุบตู้เบาๆ ลองหยอดเหรียญใหม่ และสิ่งที่ตามมาจากนั้นคือดับเบิ้ลเป๊ปซี่กระป๋องร่วงลงมาให้ซองจงหยิบโชว์เขาอย่างภาคภูมิ

 

“เห็นไหมล่ะ พี่นี่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย” ไม่ติงเปล่า ซองจงจัดการเปิดฝาเป๊ปซี่ยื่นให้ลีดเดอร์อารมณ์ไม่ดีด้วยรอยยิ้ม “คิดถึงตอนพี่เป็นแฮมสเตอร์จัง ถึงจะโมโห แต่น่ารักกว่าตอนเป็นคนเยอะ”

 

กระดกเป๊ปซี่อยู่แทบสำลัก เหมือนโดนหลอกด่ากลายๆ “อีซองจง”

 

“ทำไมเล่า ผมคิดแบบนั้นจริงๆนี่นา แฮมกยูน่ะ น่ารักกว่าคิมซองกยูร้อยเท่าพันเท่า”

 

สิ่งที่ซองจงพูดไม่ใช่เรื่องที่เขาได้ยินเป็นครั้งแรก ซองกยูได้ยินคำพูดประโยคนี้มาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ย้อนกลับไปตอนอยู่ในร่างแฮมสเตอร์ สายตาที่เมมเบอร์มองเ